ข้อเปรียบเทียบ ของ LPG ระบบ ดูด กับ หัวฉีด สำหรับตัวผมคนเดียว

จาก แก๊สมือใหม่
58.64.67.68

ศุกร์ที่ ,25/7/2551
เวลา : 00:16

อ่านแล้ว = 0 ครั้ง
แจ้งลบกระทู้ แจ้งลบกระทู้
       เหตุผลที่ผมติดแบบ ดูด ไม่ติด แบบหัวฉีด
ก่อนติด ไปปรึกษากับหลาย ๆ คน มีแต่แนะนำให้ติดแบบหัวฉีด
สรุปว่า 99 % แนะนำให้ติดแบบหัวฉีด(ส่วนที่แนะนำ NGV จะเหลาตอนจบ)
เขาบอกว่า ดีเลิศประเสริฐศรีไปทุกอย่าง คุ้มค่าเงิน ประหยัด ปลอดภัย อีกเยอะแยะ
แล้วผมก็ใช้สมองอันน้อยนิดของผม ทำการวิเคราะห์ เอาเอง ต่อเลยนะครับ
เริ่มจาก แบบดูด ราคา 18,000 บาท แบบหัวฉีด 35,000 บาท ผลต่างก็คือ
35,000 – 18,000 = 17,000
ปัจจุบัน แก็สลิตรละ 11.30 บาท ดังนั้น เงิน 17,000 ซื้อแก๊สได้ ประมาณ 1,500 ลิตร
ปัจจุบัน ผมใช้รถวันละ 50 ก.ม. อัตราการสิ้นเปลืองประมาณ 10 ก.ม./ลิตร (รวมรถติด)
ดังนั้น 1 วัน ใช้แก๊ส 5 ลิตร เป็นเงิน 56.50 บาท 1 เดือนใช้ประมาณ 25 วัน เป็นเงิน 1,412.50 บาท
สรุปว่า เงินที่เหลือจากการติดแบบดูด 17,000 ÷ 1,412.50 = 12.04 เท่ากับใช้เติมแก๊สได้ 1 ปี
และใน 1 ปี หลังจากที่ติดแก๊ส ถ้าติดแบบหัวฉีดก็ต้องเสียเงินเติมแก๊สประมาณ 17,000 บาท
ดังนั้น ก็จะแกล้งสรุปได้ว่า ผมจะเห็นความประหยัดของการติดแบบหัวฉีดหลังปีที่ 2 ไปแล้ว
และถ้ายิ่งติด NGV ก็จะเหลือเงินเติมแก๊สไปได้ ประมาณ 2 ปี บวกกับหลังติดอีก 2 ปี รวมเป็น 4 ปี
จากตัวเลขทั้งหมด ผมสรุปได้ว่า ผมเลือกแบบดูด ครับ
ปัจจุบัน รถผม 1600 ปี 2000 ติด ระบบดูดแบบออโต้สวิช ผมพอใจกับมันครับ



 จาก ต๊ะ
 ศุกร์, 25/7/2551
 เวลา : 06:40

 IP :
202.149.25.234
แจ้งลบ แจ้งลบคำตอบ

 คำตอบที่ 1
       อย่าลืมเอาอัตราสิ้นเปลืองระหว่างแบบดูดกับฉีดเทียบกันด้วยนะครับแบบฉีดประหยัดกว่าแน่ๆ


 จาก แก็สมือใหม่
 ศุกร์, 25/7/2551
 เวลา : 13:42

 IP :
125.24.136.32
แจ้งลบ แจ้งลบคำตอบ

 คำตอบที่ 2
       เรื่องนี้ทราบครับ แต่ หลังจากผ่านไป 2 ปี ค่อยเอามาคิดครับ


 จาก - * - "
 ศุกร์, 25/7/2551
 เวลา : 15:25

 IP :
124.120.6.161
แจ้งลบ แจ้งลบคำตอบ

 คำตอบที่ 3
       ท่อไอดีของผมอันละ 2หมื่น 2 เป็นพลาสติค ขอไม่เสี่ยง


 จาก ระบบดูด
 ศุกร์, 25/7/2551
 เวลา : 15:41

 IP :
203.121.178.115
แจ้งลบ แจ้งลบคำตอบ

 คำตอบที่ 4
       เห็นด้วยว่าระบบดูดดีกว่า ประหยัด ต้องเข้าใจนะว่าระบบฉีดเป็นเทคโนโลยีใหม่การติดตั้งก็ไม่นานไม่รู้ว่าต่อไปข้างหน้าปัญหายาวจะเกิดอะไรขึ้นมา แต่ระบบดูดมีมานาน ตั้งแต่สมัยแท็กซี่ติดมาแล้วประมาณว่า 25 ปีก็แล้วกันคร่าวๆ ก็ไม่เห็นเกิดปัญหาอะไร จะบอกให้ว่าระบบดูดดีกว่า แต่ระบบฉีดกินเงินลูกค้าได้มากกว่าขอรับกระผมเจ้านาย ฮ่ะ ฮ่ะ


 จาก คน 2 ประเภท
 ศุกร์, 25/7/2551
 เวลา : 16:43

 IP :
61.47.16.194
แจ้งลบ แจ้งลบคำตอบ

 คำตอบที่ 5
       555 ร่วมขำด้วยคน มันเหมือนคุณกำลังย้อนไปอยู่ในยุคคาร์บูอ่ะครับ ยอมรับว่าราคามันต่างกันเท่าตัว แต่ถามว่าประสิทธิภาพล่ะครับ ต่างกันมั้ย คือมันสรุปยากครับว่าอย่างไหนดีกว่าอย่างไหน ผมว่ามันอยู่ที่วิธีการใช้รถในแต่ละวันมากกว่า และที่สำคัญอยู่ที่ความพอใจอ่ะครับ เหมือนสินค้าหลายๆ อย่างเค้าก้อมีการผลิตออกมาขายหลายๆ แบบให้เหมาะกับคนทุกประเภท สรุป มันอยู่ที่ความพึงพอใจแต่ละบุคคลครับ

ส่วนผมเคยใช่ทั้งสองระบบ รู้สึกพอใจกับหัวฉีดมากกว่าครับ(ความเห็นส่วนตัวนะครับ)


 จาก แก๊สมือใหม่
 ศุกร์, 25/7/2551
 เวลา : 22:11

 IP :
58.64.69.100
แจ้งลบ แจ้งลบคำตอบ

 คำตอบที่ 6
       ดีครับ คุยกันเล่น ๆ ครับ ยังไง ๆ เราก็พวกเดียวกันอยู่แล้ว ครับ
ผมเคารพในความเห็นของทุกคนครับ
สำหรับผมเรื่องติดแก๊ส ผมอาจมองระยะสั้น ๆ ไม่ได้มองระยะยาว เพราะยิ่งยาวไกล อาจมองไม่เห็นครับ

อย่าทะเลาะกันเรื่องนี้นะครับ เพราะจะทำให้ผมรู้สึกผิดมาก ที่ตั้งกระทู้ ครับ
ความเห็นทุกคนไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน แต่ที่เหมือนกัน ก็คือ เราเป็นครอบครัวแก๊สเดียวกันครับ


 จาก น้องหมู
 ศุกร์, 25/7/2551
 เวลา : 22:30

 IP :
58.8.23.87
แจ้งลบ แจ้งลบคำตอบ

 คำตอบที่ 7
       แหล่ม เลยครับ
คิด อย่างนี้ได้ ยังไง ก็ คุ้มครับ
ไม่เหมือน คนแถว บ้าน ผม
แก ให้ ดีเซล
ไปเปลี่ยน เครื่อง พร้อมติดแก๊ส
หมด ไป เป็น แสน
ไม่รู้ จะคุ้มทุน ใน กี่ ปี


 จาก ต่อ(torpongch)
 ศุกร์, 25/7/2551
 เวลา : 22:42

 IP :
124.121.250.178
แจ้งลบ แจ้งลบคำตอบ

 คำตอบที่ 8
       ฉีดก็ไม่ได้ประหยัดกว่าดูดสักเท่าไรหรอกนะ .... ถ้าจูนมาโอเคแล้ว

รถผมเครื่อง 2.2 ลิตร แคมรี่
วิ่งในเมือง 7-8 โลลิตร
รอบๆ เมือง 9 โลลิตร
ตจว ตลอดเลย อยู่ที่ 10.5-11.5 โลลิตร แล้วแต่เส้นทางและน้ำหนัก วิ่งประมาณ 100 กมต่อชม.

ผมว่าโอเคแล้วนะ ถ้าฉีดจะประหยัดแบบคุ้มจริงๆ (แบบที่ผมรู้สึกอยากติดด้วย) น่าจะอัตราการกินเท่าน้ำมัน ซึ่งการขับแบบดังกล่าว ผมเคยใช้โซฮอลล์ 95 วิ่ง ตจว ได้ 13.5-14 โลลิตร


 จาก Inspire
 ศุกร์, 25/7/2551
 เวลา : 23:01

 IP :
125.24.225.110
แจ้งลบ แจ้งลบคำตอบ

 คำตอบที่ 9
       เครื่อง 4AFE ติดหัวฉีด(รถรุ่นตูดเป็ด) ไมมันกินเท่ากับระบบดูดเลยอ่ะครับ เทียบกับรถบ้านด้วยกันไม่นับแท๊กซี่นะครับอันนั้นเค้าจูนไว้บางมาก


 จาก จ
 ศุกร์, 25/7/2551
 เวลา : 23:44

 IP :
202.149.25.234
แจ้งลบ แจ้งลบคำตอบ

 คำตอบที่ 10
       จะระบบไหนก็ไม่สำคัญ แต่จริงๆพวกเราช่วยกันประหยัดทรัพยากรของชาติได้แน่นอนไม่ว่าจะเป็นพี่แอลหรือน้องเอ็น
แต่สาระสำคัญอยู่ที่ผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองเราต้องใช้ความรู้ความสามารถอย่างถ่องแท้ในการจัดการทรัพยากรที่เรา
มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดก็เท่านั้นเอง พูดง่ายแต่ทำยากครับพี่น้อง เพราะผลประโยชน์มันมหาศาล ก็เลยคิดกันตื้นๆ
อย่างที่เราบ่นๆกันน่ะแหละ


 จาก นีโอ(thewan)
 เสาร์, 26/7/2551
 เวลา : 00:03

 IP :
124.120.84.13
แจ้งลบ แจ้งลบคำตอบ

 คำตอบที่ 11
       ผมว่าติดแบบไหนมันก็ประหยัดทั้งนั้นครับ ในที่นี้คือประหยัดกว่าใช้น้ำมันครับ


 จาก เฮนรี่ คาราแฮน
 เสาร์, 26/7/2551
 เวลา : 05:48

 IP :
118.172.37.119
แจ้งลบ แจ้งลบคำตอบ

 คำตอบที่ 12
       รถของ คุณ แก๊สมือใหม่ คงเป็นระบบหัวฉีดแน่ถ้าใช้ระบบดูดต้องติดตั้งจากช่างที่มีฝีมือจริงๆเพราะถ้าเกิดอาการไฟย้อน เซ็นเซอร์แอร์โฟลว์ เจ๊งครับ ส่วนระบบหัวฉีดไม่เกิดขึ้นแน่นอนครับ


 จาก เฮนรี่ คาราแฮน
 เสาร์, 26/7/2551
 เวลา : 05:49

 IP :
118.172.37.119
แจ้งลบ แจ้งลบคำตอบ

 คำตอบที่ 13
       รถของ คุณ แก๊สมือใหม่ คงเป็นระบบหัวฉีดแน่ถ้าใช้ระบบดูดต้องติดตั้งจากช่างที่มีฝีมือจริงๆเพราะถ้าเกิดอาการไฟย้อน เซ็นเซอร์แอร์โฟลว์ เจ๊งครับ ส่วนระบบหัวฉีดไม่เกิดขึ้นแน่นอนครับ


 จาก poom_50
 เสาร์, 26/7/2551
 เวลา : 09:23

 IP :
202.69.140.130
แจ้งลบ แจ้งลบคำตอบ

 คำตอบที่ 14
       ความเห็นส่วนตัวนะครับ

สำหรับรถเครื่อง 1500-1600 ซีซี. ระบบดูดกับหัวฉีดแทบมองไม่เห็นความแตกต่าง
อัตราการกินแก๊สแตกต่างกันน้อยมาก แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีของรถด้วย
ว่าซับซ้อนแค่ใหน เช่น วาวล์แปรผัน วีเทค อะไรทำนองนั้น ถ้าซับซ้อนก็ติดแบบหัวฉีด
การสั่งจ่ายแก๊สจะได้แม่นยำตามความต้องการของเครื่องยนต์ แต่ก็ต้องอยู่ที่ผีมือการจูนด้วย

หากเป็นรถเก่าสัก 5-10ปีขึ้นไปที่เทคโนโลยีไม่ซับซ้อนมากนัก เช่นหัวฉีด efi ธรรมดา
แนะนำให้ติดแบบดูดเลยครับ ประหยัดค่าติดตั้ง การจูนที่แสนง่ายไม่ซับซ้อนแค่มีพาวเวอร์วาวล์ตัวเดียว
ก็สามารถทำให้แก๊สวิ่งได้ดีในช่วง 3000 รอบได้สบาย เพราะรถเครื่อง 1500-1600 ไม่ต้องการอะไรนักหนา บางคันอาจเจอปัญหารอบเดินเบาไม่นิ่ง แต่ก็สามารถแก้ไขได้ครับ ส่วนเรื่องแบคไฟร์
อย่าไปกังวลมากนักครับ ศึกษาหาสาเหตุที่มันจะแบค แล้วทำการป้องกันซะ

ในกลุ่มที่ทำงานผม ใช้แก๊สประมาณ 7คัน ติดแบบดูดทุกคันยังไม่เจอคันใหนมีปัญหาอะไรเลย
มี โซลูน่า โคโลล่า2คัน โคโรน่า ท้ายเบ้น อีคาร์ เอ็นวี อีกคันจี๊บแกรนไม่รู้ติดระบบใหน

ถ้าถามร้านติดตั้ง ก็คงแนะนำให้ติดหัวฉีด เพราะร้านจะได้กำไรมากกว่า
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเจ้าของรถก็ต้องศึกษาหาข้อมูลให้ลึกๆ และมีความเข้าใจการทำงานของระบบแก๊ส
และเข้าใจรถของตัวเองให้ดีเสียก่อน ที่จะตัดสินใจติดตั้งแบบไดแบบหนึ่ง

ส่วนตัวของผม ฟันธง ติดแบบดูดธรรมด๊า ธรรมดา 18,000 (ผ่อนเอา)
วิ่งน้ำมันก็ได้ วิ่งแก๊สก็ดี สบายใจหายห่วง อิอิอิ


 จาก แก็สมือใหม่
 เสาร์, 26/7/2551
 เวลา : 12:02

 IP :
58.64.65.214
แจ้งลบ แจ้งลบคำตอบ

 คำตอบที่ 15
       ตอบท่าน เฮนรี่ คาราแฮน ครับ ถูกครับ รถผม 1600 เครื่อง 4A ก็เสี่ยว ๆ เรื่อง แบคไฟร์ อยู่เหมือนกันครับ
แต่ขนาด เพื่อนผมที่เป็นหัวหน้าช่างของ โตโยต้า ใช่อัลติส ติดแบบดูดมา 2-3 ปี ยังเคยโดน ผมก็ เสียวอยู่ครับ
ก็รบกวนท่านที่พอทราบวิธีป้องกัน แบคไฟร์ ได้ไม่มากก็น้อย ช่วยบอกต่อด้วยครับ ผมก็มือใหม่จริง ๆ ครับ
ตอนนี้ก็อาศัย น้อง(เขาติดแบบดูดมา 2 คันแล้ว ประมาณ 5-6 ปี) กับเพื่อนที่ว่า เป็นคนคอยแนะนำ ติดปัญหาก็
ถามเขาตลอด ขอบคุณทุก ๆ ความเห็นครับ
ปัจจุบัน วิ่งต่างจังหวัด ประมาณ 12- 13 กม./ลิตร ครับ ในเมืองก็ แล้วแต่รถติดครับ รวม ๆ แล้ว พอใจถูกใจครับ
ประหยัดกว่าใช้ รถมอเตอร์ไซด์ ขนาด 100 ซีซี ครับ


 จาก เอก
 เสาร์, 26/7/2551
 เวลา : 13:24

 IP :
202.91.18.204
แจ้งลบ แจ้งลบคำตอบ

 คำตอบที่ 16
       ผมว่ามุมมองคุณแก็สมือใหม่ดีนะ ระบบดูดง่ายไม่มีส่วนเคลื่อนที่ ความซับซ้อนของอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ & ซอฟแวร์ ไม่มี ระบบเข้าใจง่าย
ปรับรูปแบบคืนเป็นแบบเดิมง่าย ผมออกแบบระบบควบคุมออโตเมชั่นของโรงงานอยู่ ก็ยอมรับว่าเรื่องมีความซับซ้อนมากก็มีประสิทธิภาพมากเป็นเรื่องถูกต้อง แต่ว่าระบบง่ายภูมิปัญญาพื้นฐานชาวบ้้านก็ดีนะ ส่วนผมใช้ระบบดูดอยู่เหมือนกันครับ ดูแลแค่กรองอากาศบ่อยๆ อย่างเดียว วิ่งได้แสนโลแล้ว ระบบดูดผมมองว่า เซ็นซิทีฟดีนะ ปริมารณลมผ่านกรองอากาศเปลี่ยนไปอาการเครื่องก็แสดงทันที ทำให้รู้ว่าต้องเป่ากรองเปลี่ยนกรองก็ทำให้ทำดูแลรถเรามากขึ้น เรื่องจุดคุ้มทุนและค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษานี่แหละสำคัญ เรื่องสมรรถนะต้องเข้าไดโนเทสถึงจะรู้ว่าแตกต่าง เรื่องแบคฟายเออร์เคยเจอดังค่อยๆเท่านั้น แต่เจอแค่ครั้งเดียวตอนสตาร์ทเครื่องช่วงห้าหมื่นโล แต่มีเช็ควาวล์ก็ช่วยได้นะ .... สรุปความเห็นส่วนตัวครับ;
1. ถ้าสนใจเครื่องยนต์ ชอบดูแลมัน , ระบบรถหัวฉีดธรรมดา , ยอมรับได้กับแรงที่อาจจะเปลี่ยนแปลงนิดๆหน่อยตลอดการใช้งาน , ไม่อยากจ่ายค่าลงทุนสูง ... ระบบดูด

2. ถ้าไม่อยากดูแลจุกจิก หรือ สุภาพสตรี , ระบบควบคุมเครื่องยนต์วาริเอเบิลต่างๆ , ชอบระดับการทำงานราบเรียบ , เงินไม่ใช่ปัญหา ,ยอมรับได้กับการโมเครื่อง , ยอมรับเรื่องค่าอะหลั่ยในอนาคตได้ .... ระบบหัวฉีด

แต่แน่ๆที่อยากจะแนะนำครับ คือ ควรติดตั้งเซนเซอร์วัดอุณหภูมิเครื่องยนต์ นอกเหนือจากเกจย์ที่มีในรถ แบบมีเข็มหรือตัวเลขและมีอารามเตือนด้วยนะครับแล้วมั่นสังเกตุจำค่าบ่อยๆ จะได้รู้ว่าเครื่องยนต์เราในระหว่างใช้งานสุขภาพเป็นอย่างไร เผื่อวันใดวันนึงน้ำในหม้อน้ำแห้ง เครื่องจะได้ไม่โอเวอร์อีท


 จาก 280
 อาทิตย์, 27/7/2551
 เวลา : 12:29

 IP :
124.120.157.191
แจ้งลบ แจ้งลบคำตอบ

 คำตอบที่ 17
       ประหยัดกว่าหรือไม่มันไม่ต่างกันเยอะนะ...แต่ถ้าเทียบความจุกจิกในการซ่อมบำรุงแล้วเห็นได้ชัดกว่าครับ...ติดดูดถ้ามีความรู้ทางช่างบ้างก็ดีครับ...ส่วนแบ็คฯ นี่มันหนีไม่พ้นครับ...


 จาก ผู้แสวงหาความชอบธรรม
 อาทิตย์, 27/7/2551
 เวลา : 13:32

 IP :
222.123.159.51
แจ้งลบ แจ้งลบคำตอบ

 คำตอบที่ 18
       ผมติสปี03ติดดูดครับแหล่มมากกิน15-16โลลิตรครับที่ตจว.ยังไม่พบปัญหาใดศึกษาในเว็ปนี่แหละหาสาเหตุBack.ก็แก้ซะด้วยหัวเทียนIridium 20 k เปลี่ยนกรองอากาศใหม่ เช็คระบบไฟคอยด์ เปลี่ยนน้ำมันเครื่องสำหรับแก็ส ติดตัวหลอกcen. เพิ่มความมั่นใจด้วยIDแสตนเลสแบบกันจามเพิ่ม4พันบาทเหยียบ140-150สบายเลยครับวิ่งไม่ต่างน้ำมันเลยชอบใจมากเดินเบาเปิดแอร์ก็ไม่ต่างน้ำมันเลยแหล่มสุดๆ ที่ตัดสินใจดูดเพราะ 1.งบมีน้อย
2.เพื่อนที่คบๆกันติดดูดมา5-6ปีหลายคันทั้งExsior City jazz ท้ายเบ๊นซ์ cefiro ไม่มีปัญหาครับ มีตัวexsiorเท่านั้นที่บ่าวาล์วยันเพราะวิ่งมากเป็นเซลขายอาหารสัตว์เปลี่ยนแค่กรองแก็ส+แก้บ่ายันหมดไป5-6พันเองที่2แสนกม.


 จาก 280
 อาทิตย์, 27/7/2551
 เวลา : 19:20

 IP :
124.120.45.185
แจ้งลบ แจ้งลบคำตอบ

 คำตอบที่ 19
       มีด้วยหรอครับกันจาม....น่าจะเป็นท่อรวมไอดี สแตนเลสที่ทำใหม่ เพื่อติดตัวระบายเวลามันแบ็คฯ เพื่อลดความเสียหายกับเซ็นเซอร์ต่างๆ และก็เพราะของเก่ามันเป็นพลาสติก แบ็คบ่อยๆอาจแตกเสียหาย ....นะ

ตอบคำถาม
รูปภาพ :
นามสกุล GIF/JPG เท่านั้น
  จำกัดขนาดไม่เกิน 100K
คำตอบ :  

  ชื่อ :
   


 
สงวนลิขสิทธิ์ ข้อความ บทความ ภาพถ่าย โดย GasThai.Com คลิ๊กที่นี่เพื่อดูรายละเอียด
Copy Right © Gasthai.com December 2005  :::  ไทยแลนด์เว็บออนไลน์ดอทคอม ::: Email : webmaster@gasthai.com View My Stats ติดต่อโฆษณา