สมาคมร่วมงานเสวนาวิชาการ เรื่อง NGV/LPG: ทุกข์ของประชาชน ผลประโยชน์ของใคร
 (13/2/2552)


ปตท.ทวงบุญคุณใช้เอ็นจีวีอุ้มภาคขนส่ง กระทุ้งตั้งองค์กรร่วม รัฐ-เอกชน-ผู้บริโภค
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 13 กุมภาพันธ์ 2552 08:10 น.
เวทีเสวนาวิชาการวุฒิสภาตรวจสอบทุจริตฯ กระทุ้งรัฐฯตั้งองค์กรร่วม 3 ภาค รัฐ-เอกชน-ผู้บริโภค ตรวจสอบการปรับขึ้นค่าก๊าซLPG สางข้อกังขา ปตท. หมกเม็ดข้อมูล จี้ให้ออกข้อบังคับห้ามข้าราชการเข้าไปนั่งเป็นบอร์ดรัฐวิสาหกิจหรือที่ปรึกษาบริษัทพลังงาน เพราะเกิดปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อน ปตท.ทวงบุญคุณหากไม่มีNGVช่วยภาคขนส่งในยุคน้ำมันแพง ปีที่แล้วไทยต้องนำเข้าLPG เพิ่มขึ้นอีกล้านตัน ยันราคาขายLPGให้โรงงานปิโตรเคมีสูงกว่าราคาที่รัฐอุดหนุนขายให้ประชาชน โดยอิงกับราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี ล่าสุดราคาLPGในตลาดโลกดีดตัวขึ้นมาแตะ 500 กว่าเหรียญสหรัฐ/ตัน ทำให้รัฐต้องชดเชยอยู่กก.ละ 2บาท
วานนี้ (12 ก.พ.) คณะกรรมาธิการศึกษาตรวจสอบเรื่องการทุจริตและเสริมสร้างธรรมาภิบาล วุฒิสภา ร่วมกับสถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค และกลุ่มพลังไท จัดเสวนาทางวิชาการ เรื่อง “NGV/LPG ทุกข์ของประชาชน ผลประโยชน์ของใคร” ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย


นายรุ่งชัย จันทสิงห์ ตัวแทนเครือข่ายผู้ใช้ก๊าซ LPG ในรถยนต์แห่งประเทศไทย ฉายภาพให้เห็นปัญหาที่เกิดขึ้นจากการใช้ก๊าซแอลพีจีว่า โครงสร้างการผลิต การนำเข้า ส่งออก ไม่ชัดเจน มีการหมกเม็ดข้อมูลที่แท้จริงมาตลอด ส่วนนโยบายถูกกำหนดโดยหน่วยงานของรัฐและบริษัทเอกชนที่มีผลประโยชน์เป็นหลัก ทั้งยังสร้างความสับสน เช่น ก่อนนี้ตั้งแต่ปี 2529 เป็นต้นมา รัฐฯสนับสนุนให้รถยนต์ใช้ก๊าซLPGเป็นเชื้อเพลิง แต่ปัจจุบันกลับถูกให้ร้ายว่าเป็นผู้ใช้พลังงานผิดประเภท
ตัวแทนเครือข่ายผู้ใช้ก๊าซฯ ให้ข้อมูลว่า ก๊าซLPGกว่า 60% ผลิตจากโรงแยกก๊าซของปตท. โดยวัตถุดิบมาจากหลุมก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยทั้งหมด ซึ่งปัจจุบันมีปริมาณก๊าซธรรมชาติขึ้นมาจากอ่าวไทย ตกวันละประมาณ 2,400 ล้านลูกบาศก์ฟุต ส่วนอีก 40% มาจากโรงกลั่นน้ำมัน ดังนั้น คนไทยจะต้องมีสิทธิ์ใช้ก๊าซในราคาที่ถูกต้อง เหมาะสม และเป็นธรรมไม่ใช่อิงราคาตลาดโลกเสมอไป การตั้งธงในการกำหนดราคาพลังงานไทยที่อิงกับราคาตลาดโลกทั้งที่ก๊าซส่วนใหญ่ก็ผลิตได้เองในประเทศ จึงเป็นประเด็นที่น่ากังขา
อย่างไรก็ตาม หากจะมีการปรับโครงสร้างราคาก็ควรทำเฉพาะในส่วนของภาคอุตสาหกรรมและธุรกิจ โดยใช้แบบกึ่งลอยตัว ด้วยการนำปริมาณที่ผลิตได้ในประเทศทั้งจากอ่าวไทยและการกลั่นน้ำมันมาหาค่าเฉลี่ยกับราคานำเข้า และเสนอว่า ต้องมีองค์กรกลางที่ประกอบด้วยผู้แทนหลายภาคส่วนมาควบคุมการขึ้นลงของราคาและหาสาเหตุที่แท้จริงของการขาดแคลนก๊าซLPGจนต้องนำเข้าว่าเกิดจากสาเหตุใดกันแน่
สำหรับความพยายามกดดันให้รัฐบาลปรับขึ้นราคาก๊าซLPGของปตท. โดยกระทรวงพลังงานที่ก่อนหน้านี้ร่วมขบวนการผลักดันด้วยนั้น มีเงื่อนงำน่าสงสัยหลายประเด็น เช่น สวนทางกับราคาตลาดโลกที่ลดลงกว่า 60% หลักเกณฑ์การขึ้นราคาไม่ชัดเจน ทั้งราคาต้นทุนก๊าซที่ผลิตในประเทศ การกำหนดอัตราภาษี ค่าการตลาด และเลือกปฏิบัติด้วยการกำหนดอัตราภาษีสำหรับLPGสูงแต่ NGV กลับจัดเก็บต่ำกว่าเพื่อสร้างแรงจูงใจด้านราคาให้คนหันมาใช้NGVที่ปตท.ผูกขาดอยู่เพียงรายเดียว มากขึ้น ซึ่งการเกื้อหนุนจากภาครัฐต่อปตท. เป็นพฤติการณ์ที่ส่อเจตนาเอื้อประโยชน์ให้เอกชน เพราะ ปตท.มิใช่รัฐวิสาหกิจเหมือนแต่ก่อน แต่เป็นนิติบุคคลในตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่แสวงหากำไรสูงสุด
ตัวแทนเครือข่ายผู้ใช้ก๊าซฯ เสนอว่า การประเด็นข้อสงสัยต่างๆ เพื่อความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย จึงควรจัดตั้งองค์กรร่วมที่มีตัวแทนจากหลายฝ่ายเข้ามาตรวจสอบและกำหนดโครงสร้างราคาพลังงานให้เกิดความโปร่งใส ไม่ใช่ให้บริษัทเอกชนร่วมกับข้าราชการกระทรวงพลังงานที่มีผลประโยชน์ทับซ้อนมีอำนาจในการผลักดันเชิงนโยบาย โดยไม่คำนึงถึงประโยชน์โดยรวมของสังคมแท้จริง
พร้อมกันนั้น ยังเสนอให้ออกกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับหรือข้อกำหนดห้ามมิให้ข้าราชการ เข้าไปนั่งเป็นคณะกรรมการ (บอร์ด) หรือที่ปรึกษาในบริษัทด้านพลังงานอย่างเด็ดขาด เพราะอาจถือได้ว่าเป็นผู้มีส่วนได้เสียหรือเอื้อประโยชน์ใก้แก่องค์กรนั้นๆ เกิดปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อน


ด้านนายสุรศักดิ์ นิติวัฒน์ นายกสมาคมธุรกิจอุปกรณ์ใช้ก๊าซสำหรับยานยนต์ ยืนยันว่า ทั่วโลกมีการส่งเสริมและอุดหนุนด้วยการลดภาษีเพื่อให้ใช้ก๊าซLPGในยานยนต์อย่างกว้างขวาง ไม่ว่าจะเป็น อังกฤษ ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส ฮ่องกง ฯลฯ ไม่ไช่เป็นการใช้ก๊าซผิดประเภทแต่อย่างใด
นางรสนา โตสิตระกูล ประธานคณะกรรมาธิการศึกษาตรวจสอบเรื่องการทุจริตฯ ตั้งข้อสังเกตว่า หากคนหันมาใช้ก๊าซเอ็นจีวีมากขึ้นปตท.จะยังตรึงราคาที่ 8.50 บาทต่อกก.หรือจะปรับขึ้นไปอีกเท่าไหร่ และยังมีประเด็นข้าราชการ เช่น ปลัดกระทรวงพลังงาน นั่งในตำแหน่งบอร์ด ปตท. และเป็นประธานคณะกรรมการพิจารณาค่าเอฟทีด้วย เป็นบทบาทหน้าที่ที่ขัดแย้งกันโดยพื้นฐาน


ทางด้านนายเทวินทร์ วงศ์วานิช รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลยุทธ์และพัฒนาองค์กร บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าในช่วง 5ปีที่ผ่านมา ราคาน้ำมันมีความผันผวนมาก ซึ่งLPG และ NGV มีส่วนสำคัญอย่างมากในการแบ่งเบาภาระของประชาชนในช่วงน้ำมันแพง โดยในปีที่แล้วช่วงที่LPGขาดแคลน หากไม่มีNGVมาช่วยไทยแบ่งเบาในภาคการขนส่ง ไทยจะต้องนำเข้าLPGเพิ่มขึ้นอีก 1 ล้านตัน จากตัวเลขการนำเข้าLPG 4.5 แสนตัน ซึ่งเป็นการนำเข้าในรูปโพรเพนและบิวเทน โดยราคาเฉลี่ยนำเข้าเมื่อปีที่แล้วอยู่ที่ 825 เหรียญสหรัฐ/ตัน หรือประมาณ 27 บาท/กิโลกรัม (ไม่รวมภาษีต่างๆและเงินกองทุน) สูงกว่าราคาที่รัฐควบคุมไว้ 330 เหรียญสหรัฐ/ตัน
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันราคานำเข้าLPG ได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 500 กว่าเหรียญสหรัฐ/ตัน สูงขึ้นกว่าเดือนม.ค. 2552 ที่ราคาตันละกว่า 300 เหรียญสหรัฐ หรือคิดเป็นราคา 13 บาท/กิโลกรัม (กก.) ซึ่งราคานำเข้าช่วงม.ค.นี้ เมื่อเทียบกับราคาหน้าโรงกลั่นที่รัฐควบคุมราคาอยู่ที่ 10.90 บาท/กก. (ยังไม่รวมภาษีสรรพสามิต VAT และกองทุนฯ) ขณะที่ราคาขายปลีกประมาณ 18 บาท/กก. ก็ยังถือว่ายังมีภาระส่วนต่างในการนำเข้าอยู่ เมื่อราคาLPGในตลาดโลกปรับเพิ่มขึ้นก็จะยิ่งเป็นภาระให้ภาครัฐในการอุดหนุนมากยิ่งขึ้น
ปริมาณการผลิตLPGในประเทศมาจากโรงแยกก๊าซฯ 60% ที่เหลือมาจากโรงกลั่น 40% โดยต้นทุนLPGจากโรงแยกก๊าซฯในประเทศเฉลี่ยอยู่ที่ 200 กว่าเหรียญสหรัฐ/ตัน ต่ำกว่าต้นทุนLPG ที่ได้จากโรงกลั่นสูงถึง 600 กว่าเหรียญสหรัฐ/ตัน โดยยืนยันว่าราคาLPGที่ขายให้โรงงานอุตสาหกรรมปิโตรเคมีนั้นสูงกว่าราคาที่ประชาชนใช้อยู่ โดยโรงงานปิโตรเคมีซื้อLPGในราคาอิงผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี โดยปีที่แล้วซื้อในราคา 496 เหรียญสหรัฐ/ตัน หรือเฉลี่ยกก.ละ 16 บาท
สาเหตุสำคัญที่ทำให้ไทยกลายเป็นผู้นำเข้าLPGจากเดิมที่เคยเป็นผู้ส่งออกนั้น สืบเนื่องจากในช่วงที่ราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้การใช้ LPG ในภาคยานยนต์ขยายตัวเพิ่มขึ้นมาจาก 2 แสนตันเป็น 7 แสนตันภายใน 5 ปีนี้ โรงงานอุตสาหกรรมหันมาใช้LPG แทนน้ำมันเตา ขณะที่ภาคครัวเรือนเองก็มีการขยายตัวในระดับที่สูงถึง 10% สืบเนื่องจากมีการลักลอบนำถังแก๊สLPGไปขายให้ประเทศเพื่อนบ้านทั้งลาว และเขมร ซึ่งราคาLPGที่ประเทศเหล่านั้นจำหน่ายในช่วงนั้นอยู่ที่กก.ละ 40 บาท เท่ากับรัฐต้องอุดหนุนราคาให้ประเทศเพื่อนบ้านด้วย ดังนั้น หากปล่อยให้ความต้องการใช้LPGเติบโตเช่นนี้ ต่อให้สร้างโรงแยกก๊าซฯใหม่เพิ่มขึ้นก็ไม่เพียงพอต่อความต้องการ ส่งผลให้ไทยต้องนำเข้าเพิ่มมากขึ้น
สำหรับในปีนี้ปตท.คาดว่าไทยจะต้องนำเข้าLPGประมาณ 1 ล้านตัน คิดเป็นภาระนำเข้ากว่า 1 หมื่นล้านบาท โดยปตท.คงไม่สามารถสำรองจ่ายส่วนต่างราคาLPGนำเข้ากับขายในประเทศได้หากครบวงเงินที่บอร์ดฯอนุมัติไว้ 1 หมื่นล้านบาท ซึ่งเรื่องนี้ทางภาครัฐต้องพิจารณาว่าจะนำเงินกองทุนฯน้ำมันมาอุดหนุนแทน โดยยืนยันว่าเงินที่กองทุนฯน้ำมันจะใช้นั้นไม่ได้มาจ่ายให้ปตท.ที่คั่งค้างอยู่แต่อย่างใด



ด้านนายนที ทับมณี ตัวแทนกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า ในสมัยรัฐบาลสุรยุทธ์ จุลานนท์ ได้มีการกำหนดให้ราคาLPGทยอยลอยตัวขึ้นประมาณ 10 บาท/กก.ภายใน 1 ปี โดยราคาจะเพิ่มขึ้นไตรมาสแรก 1 บาท/กก. แต่พอสมัยนายสมัครเป็นนายกฯ ได้ยกเว้นการปรับขึ้นราคาLPGในส่วนครัวเรือน เพราะไม่ต้องการให้ประชาชนเดือดร้อน ซึ่งในช่วงนั้นราคาน้ำมันได้ปรับตัวสูงไปถึง 140 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ส่งผลให้ความต้องการใช้LPGเพิ่มสูงขึ้นจากเดิมที่เคยโต 10% ปรับเพิ่มเป็น 50% ทำให้การสร้างโรงแยกก๊าซฯที่รองรับการใช้LPGที่โตเพียง 10%สร้างเสร็จไม่ทัน ทำให้เกิดขาดแคลนจนต้องนำเข้ามา
ขณะที่รัฐบาลชุดนี้ได้ชะลอการปรับขึ้นราคาLPGสำหรับภาคอุตสาหกรรมและขนส่งออกไป ส่งผลให้ปัจจุบันรัฐต้องแบกรับภาระการชดเชยส่วนต่างราคานำเข้ากับราคาขายในประเทศอยู่กก.ละ 2 บาท ซึ่งลดลงเมื่อเทียบกับช่วงที่ราคาLPG แพง รัฐต้องอุดหนุนสูงถึง 5-6 บาท/กก.
คำบรรยายตัดมาจาก http://www.manager.co.th/StockMarket/ViewNews.aspx?NewsID=9520000016528


โครงการเสวนาวิชาการ

เรื่อง “NGV/LPG:  ทุกข์ของประชาชน ผลประโยชน์ของใคร

ร่วมจัดโดย

คณะกรรมาธิการศึกษา ตรวจสอบ เรื่องการทุจริตและเสริมสร้างธรรมาภิบาล

สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค และกลุ่มพลังไท

วันที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒ เวลา ๑๓.๐๐ ๑๖.๓๐ น.

ณ ห้องประชุมจุมภฎพันธุ์ทิพย์ อาคารประชาธิปก-รำไพพรรณี คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

วัตถุประสงค์              

๑.       เพื่อเป็นเวทีในการอภิปรายและระดมความคิดเห็น  ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับกรณีที่ภาครัฐจะมีการปรับขึ้นราคาก๊าซ NGV /LPG

๒.     เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และประชาชนผู้บริโภค   

๓.     เพื่อส่งเสริมสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของประชาชน 

หลักการและเหตุผล

                ภายหลังจากที่รัฐบาลได้ส่งเสริมให้ประชาชนหันมาใช้ก๊าซ LPG เป็นเชื้อเพลิงทางเลือก จนทำให้มีประชาชนหันมาใช้เชื้อเพลิงประเภทนี้อย่างกว้างขวาง ต่อมารัฐบาลโดยการผลักดันของ บมจ.ปตท. ได้เปลี่ยนมาส่งเสริม นโยบายใช้ก๊าซ NGV  ในรถยนต์ทั่วไป โดยไม่มีการให้ข้อมูลแก่ประชาชนอย่างถูกต้องชัดเจนจนถึงเหตุผลของการเปลี่ยนนโยบายดังกล่าว โดยเฉพาะผลดีและผลเสียของการใช้ก๊าซ NGV ในขณะเดียวกันเพื่อให้นโยบายการใช้ก๊าซ NGV บรรลุผล ก็ได้มีความพยายามผลักดันให้มีการปรับขึ้นราคาก๊าซ LPG ที่ขาย ยังมีราคาต่ำกว่าความเป็นจริง รวมไปถึงมุ่งชี้ถึงแต่ผลเสียของการใช้ก๊าซ LPG สถานการณ์ที่เกิดขึ้นตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาสร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนอย่างกว้างขวาง ทำให้ประชาชนเคลือบแคลงและสับสนต่อนโยบายการส่งเสริมการใช้ก๊าซ NGV และ LPG ของรัฐบาล

                ด้วยเหตุผลดังกล่าว คณะกรรมาธิการศึกษา ตรวจสอบเรื่องทุจริต และเสริมสร้างธรรมาภิบาลวุฒิสภา ซึ่งได้ติดตามสถานการณ์นี้มาอย่างต่อเนื่อง ร่วมกับสถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และองค์กรภาคประชาชน พิจารณาเห็นว่าหากปล่อยให้สถานการณ์ลักษณะนี้ดำเนินต่อไปโดยไม่สร้างความกระจ่างและให้ข้อมูลที่ถูกต้องแก่ประชาชน จะยิ่งก่อความเสียหายแก่เศรษฐกิจของประเทศ และสร้างความเดือดร้อนแก่สังคมอย่างกว้างขวาง อย่างยากที่จะแก้ไข จึงเห็นควรจัดให้มีการเสวนา เพื่อรับฟังความคิดเห็นของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง และเพื่อช่วยให้ประชาชนรู้เท่าทันข้อมูลและปัญหาที่เกิดขึ้น เพื่อจะได้หาแนวทางร่วมกันในการแก้ไข โดยคำนึงถึงความเป็นธรรมของทุกภาคส่วนในสังคม

ลักษณะรายการ                  

เป็นการเสวนาทางวิชาการในลักษณะเน้นการนำเสนอข้อมูลและข้อเท็จจริงจากฝ่ายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องและการรับฟังความเห็นจากประชาชนเป็นหลัก

ประเด็น                   “NGV/LPG ทุกข์ของประชาชน ผลประโยชน์ของใคร

ผู้ร่วมเสวนา                        

๑.             สว.รสนา  โตสิตระกูล                            ประธานคณะกรรมาธิการศึกษา ตรวจสอบเรื่องการทุจริตและเสริมสร้างธรรมาภิบาล วุฒิสภา

๒.           คุณ รุ่งชัย จันทสิงห์                                  ตัวแทนเครือข่ายผู้ใช้ก๊าซ LPG ในรถยนต์

แห่งประเทศไทย

๓.           คุณสุรศักดิ์  นิตติวัฒน์                            นายกสมาคมธุรกิจอุปกรณ์ใช้ก๊าซสำหรับยานยนต์

๔.           คุณ สามารถ ทรัพย์พจน์                      ประธานชมรมผู้ประกอบการปั้มแก๊ส LPG

๕.           คุณนาย เทวินทร์ วงศ์วานิช                รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลยุทธ์และพัฒนาองค์กร

 บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน)

๖.            คุณ นที ทับมณี จากสำนักแผนนโยบายพลังงาน ตัวแทนจาก กระทรวงพลังงาน

ผู้ดำเนินรายการโดย           นางสาว สารี อ๋องสมหวัง   เลขาธิการจากมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค

ผู้ร่วมรับฟัง                          ๑.   สมาชิกเครือข่ายผู้ใช้ก๊าซ LPG

                                                ๒.  สมาชิกชมรมผู้ประกอบการสถานีบริการก๊าซ LPG

                                                ๓.   สมาชิกสมาคมธุรกิจอุปกรณ์ใช้ก๊าซสำหรับยานยนต์

                                                ๔.   สมาชิกเครือข่ายผู้บริโภค

                                                ๕.   สถาบันวิชาการต่าง ๆ

                                                ๖.    องค์กรภาคประชาชน

                                                ๗.    สื่อมวลชน

                                                ๘.   นิสิตนักศึกษา และประชาชนผู้สนใจทั่วไป                                        

สถานที่                                 ห้องประชุมจุมภฎ-พันธุ์ทิพย์ อาคารประชาธิปก-รำไพพรรณี    ชั้น ๔   

คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

วันเวลา                                 วันพฤหัสบดีที่ ๑๒ กุมภาพันธ์  ๒๕๕๒        เวลา ๑๓.๐๐ - ๑๖.๓๐ นาฬิกา

ผู้ร่วมจัด                                               ๑.      คณะกรรมาธิการศึกษา  ตรวจสอบ เรื่องการทุจริตและเสริมสร้างธรรมาภิบาล  วุฒิสภา

๒.            สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

๓.             มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค

๔.      กลุ่มพลังไท

สำหรับ Modem Hi Speed 256 Kbps ขึ้นไปเท่านั้น
Click




หน้าแรก || สมัครสมาชิก || LOGIN || LOGOUT || เปลี่ยนไอคอนส่วนตัว || โปรแกรมย่อรูปภาพ || เกี่ยวกับลิขสิทธิ์บทความภาพถ่าย || ข้อตกลงและเงื่อนไขในการใช้เว็บ || เกี่ยวกับเรา || ติดต่อโฆษณา
แจ้งปัญหาการใช้งาน website GasThai.Com หรือขอความรู้และขอคำปรึกษารถยนต์ติดแก๊ส LPG/NGV ติดต่อ :::>>>Email::: webmaster@GasThai.Com   หรือ   ติดต่อเรา(Contact Us)
Copy Right © Gasthai.com December 2005   Counter View Stats Truehits.Net