|
นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าววันนี้ (28 ม.ค.) ว่า คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบมาตรการเพิ่มภาษีสรรพสามิตน้ำมัน เพื่อส่งเสริมการประหยัดพลังงานและการใช้พลังงานทางเลือกจากพืชการเกษตรในประเทศ ลดการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบจากต่างประเทศ และ รักษาเสถียรภาพในภาคการคลังและระบบเศรษฐกิจ โดยเสนอให้ปรับเพิ่มอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมัน ดังนี้
1. ปรับอัตราภาษีสรรพสามิตเข้าโครงสร้างเดิมก่อน 6 มาตรการ 6 เดือน และปรับลดตำแหน่งทศนิยมของอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันดังกล่าวให้เป็นทศนิยม 3 ตำแหน่ง เพื่อให้สอดคล้องกับระบบ e-paperless ของกรมศุลกากร
2. ปรับเพิ่มอัตราภาษีน้ำมันเบนซินและดีเซล ทั้งนี้ ให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2552 เป็นต้นไป

3. คาดว่ารัฐบาลจะมีรายได้เพิ่มขึ้นประมาณเดือนละ 1,572 ล้านบาท 4. มอบหมายให้กระทรวงพลังงานใช้กลไกกองทุนน้ำมันฯ รักษาเสถียรภาพราคาขายปลีกให้มีผลกระทบต่อประชาชนน้อยที่สุด และให้กระทรวงพาณิชย์ดูแลป้องกันไม่ให้เกิดการกักตุนน้ำมันเพื่อ จำหน่ายในราคาที่สูงขึ้น
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ในส่วนของการเก็บภาษีสรรพาสามิตน้ำมันในส่วนของดีเซล จะมีกองทุนน้ำมันเข้ามาดูแล อาจเป็นการทยอยเก็บภาษีเพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อประชาชน ส่วนน้ำมันเบนซิน จะมีการเก็บภาษีครั้งเดียวเต็มเพดาน ทั้งนี้ รัฐบาลได้มอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์ดูแลการจับกุมน้ำมัน และราคาสินค้า จากการปรับขึ้นราคาของน้ำมัน
|