|

16 มกราคม 2552
เรื่อง ขอเสนอแนะเชิงนโยบายพลังงานทางเลือก LPG จากเครือข่ายผู้ใช้ รถยนต์ LPG แห่งประเทศไทย
เรียน ฯพณฯอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ประธานคณะกรรมการกำหนดนโยบายพลังงานแห่งชาติ
สิ่งที่แนบมา : ข้อมูลสถิติการผลิต การใช้ ก๊าซ LPG ปี 2551 และตารางเสนอโครงสร้างราคาใหม่
ด้วยข้าพเจ้า ตัวแทนเครือข่าย ผู้ใช้ รถยนต์ LPG แห่งประเทศไทย ซึ่งประกอบด้วยสมาชิกผู้ใช้รถยนต์ทั่วประเทศ โดยเป็นผู้ใช้พลังทางเลือกก๊าซ LPG (ก๊าซปิโตรเลียมเหลว) ในรถยนต์มาเป็นระยะเวลาหนึ่ง เพื่อแก้ปัญหาทางเศรษฐกิจ เนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ รายได้ลดลง คนตกงาน กิจการร้านค้าปิดดำเนินการ ทั้งนี้เพื่อเป็นการลดรายจ่ายต้นทุนค่าเชื้อเพลิง สำหรับการประกอบอาชีพการงาน เนื่องจากเป็นผู้มีรายได้ในระดับชนชั้นกลาง แต่มีความจำเป็นต้องใช้รถยนต์เพื่อการดำเนินชีวิตประจำวันในการเดินทาง ซึ่งมีจำนวนผู้ใช้ LPG เป็นพลังงานทางเลือกแทนน้ำมัน ซึ่งเป็นผู้ใช้ในภาครถยนต์ส่วนบุคคล ประมาณ 1 ล้านคันทั่วประเทศ ไม่รวมรถยนต์สาธารณะเช่นแท็กซี่และรถบรรทุกเล็กอีกประมาณ 1 แสน คัน
การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย เป็นองค์กรที่ก่อตั้งขึ้นด้วยเงินภาษีอากรของคนไทยทั้งประเทศ และเป็นองค์กรที่ดูแลสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน โดยเฉพาะด้านพลังงาน ก๊าซธรรมชาติและน้ำมันในประเทศไทย ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาขณะที่ ปตท.เป็นเป็นรัฐวิสาหกิจ ปตท.ไม่เคยมีปัญหาเรื่องนโยบายราคาแก๊ส LPG มาก่อนเลย จนกระทั่งได้มีการแปรรูปเข้าตลาดหลักทรัพย์เป็นบริษัทมหาชน ทำให้จำเป็นต้องมีการแสวงหาสร้างผลกำไรแก่ผู้ถือหุ้น กลายเป็นนิติบุคคลที่มีวัตถุประสงค์แสวงหากำไรในทางเศรษฐกิจ ดังจะเห็นได้จากผลประกอบการที่มีกำไรมหาศาล และผลกำไรดังกล่าวส่วนใหญ่มาจากเงินของประชาชนคนไทยทั้งประเทศ ปตท.เป็นองค์กรทางธุรกิจที่เกือบจะเรียกว่าผูกขาดด้านพลังงานของประเทศ โดยเฉพาะในห้วงเวลาไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีการกระทำที่ การหมกเม็ดข้อมูล เอาเปรียบผู้บริโภค ด้วยวิธีการต่างๆ นานา ปิดบังข้อเท็จจริงในหลายๆด้าน มีการโหมโฆษณาประชาสัมพันธ์องค์กรให้เป็นองค์กรพ่อพระช่วยเหลือการกุศลมากมายทั้งด้านกีฬา การศึกษา สิ่งแวดล้อม สนับสนุนเป็นสปอนเซอร์รายการทีวี สื่อทีวี หนังสือพิมพ์ทุกราย จนไม่มีสื่อใดกล้าตีแผ่ความจริงแบบตรงไปตรงมา เช่นความปลอดภัยหรืออันตรายที่แท้จริงจากการใช้ก๊าซ CNG แต่กลับนำเสนอผลอันตรายของการใช้กาซLPG เพียงด้านเดียว อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่เกิดขึ้นจากการใช้พลังงานทดแทน LPG ในอดีตจนถึงปัจจุบันที่ผ่านมา มีดังนี้
1. โครงสร้างการผลิต นำเข้า ส่งออก ปริมาณการใช้ของภาคเศรษฐกิจต่างๆ ไม่ชัดเจน มีการหมกเม็ดข้อมูลที่แท้จริงมาตลอด ปตท.ไม่สามารถชี้แจง หรือ หาหลักฐานมายืนยันข้อเท็จจริงการนำเข้า ส่งออกได้
2. การกำหนดนโยบายพลังงานทางเลือก LPG และพลังงานทางเลือกอื่นๆ สังคมและภาคประชาชนที่เกี่ยวข้อง มีโอกาสรับรู้และมีส่วนแสดงความคิดเห็นน้อยมาก ถูกกำหนดโดยหน่วยงานของรัฐและบริษัทเอกชนที่มีผลประโยชน์จากนโยบายโครงสร้างการกำหนดราคาพลังงานทางเลือก LPG และพลังงานทางเลือกอื่นๆ
3. ผู้ใช้รถยนต์ที่ใช้ LPG ใช้เพียง 16% ส่วน ครัวเรือน 43.6 % และภาคอุตสาหกรรม 47.2% แต่ผู้ใช้รถยนต์มักจะถูก ผู้บริหารระดับสูงจากกระทรวงพลังงานให้ร้ายว่า เป็นผู้ใช้พลังงานผิดประเภททั้งๆที่ ประชาชนได้มีการใช้ก๊าซ LPG ในรถยนต์มาตั้งแต่ปี 2529 และรัฐบาลสมัยนั้น ยังสนับสนุนให้ใช้ก๊าซ LPG ในรถยนต์โดยให้ราคาครัวเรือนสูงกว่า จนมีเหตุการณ์ที่ ครัวเรือนนำถังบ้านมาเติมตามปั้มแก๊ส LPG สร้างความไม่ปลอดภัย ให้กลุ่มผู้ใช้มาตลอด แม้ยามแก๊สLPG ขาดตลาดผู้ใช้ก๊าซ LPG ในรถยนต์กลับต้องก็มักจะเป็นจำเลยของสังคม ซึ่งการกล่าวหาว่าผู้ใช้ก๊าซ LPG เป็นการใช้ก๊าซหุงต้มมาใช้ในรถยนต์ซึ่งเป็นการใช้พลังงานผิดประเภทนั้น หากจะมองเช่นดังว่า การใช้น้ำมันพืชซึ่งน้ำมันพืชเป็นที่ทราบกันดีว่าเป็นน้ำมันประกอบอาหารในครัวเรือน แต่ก็ได้มีการนำน้ำมันพืชมาใช้เป็นส่วนผสมในเชื้อเพลิงรถยนต์จนทำให้ราคาน้ำมันพืชสูงมากกว่า 100% กรณีนี้ ไม่มีผู้ใดยกเป็นประเด็นขึ้นกล่าวอ้าง ติเตียน ทั้งที่เป็นกรณีที่ไม่แตกต่างกัน
4. ก๊าซ LPG นั้น เราสามารถผลิตเองได้ในประเทศ จากทรัพยากรธรรมชาติ บ่อก๊าซในอ่าวไทย ของคนไทย ซึ่งการผลิตก๊าซ LPG นั้น เป็นที่ทราบกันดีว่า เมื่อมีการกลั่นน้ำมันก็จะได้ ก๊าซ LPG ตามมาด้วย ถือว่า ก๊าซ LPG เป็นผลพลอยได้ จากการกลั่น ซึ่งทราบว่าต้นทุนการผลิต นั้นอยู่ที่ 320 เหรียญสหรัฐต่อตัน ดังนั้น คนไทย จะต้องมีสิทธิ์ใช้ในราคาที่ถูกต้อง เหมาะสม และเป็นธรรมไม่ใช่อิงราคาตลาดโลกเสมอไป โดยปี 2551 มีปริมาณที่ผลิตได้เองในประเทศ 54.73 % จากการกลั่นน้ำมัน 35.17% นำเข้า 10% เครือข่าย ผู้ใช้ รถยนต์ LPG แห่งประเทศไทย ขอสนับสนุนให้ควบคุมราคาแก๊ส LPG ในภาคครัวเรือนแบบคงที่ต่อไป ส่วนภาคอุตสาหกรรมและขนส่งนั้นหากจำเป็นต้องพิจารณา ปรับโครงสร้าง ก็ขอให้ปรับโครงสร้างแบบ กึ่งลอยตัว โดยนำปริมาณที่ผลิตได้ในประเทศทั้งจากอ่าวไทยและการกลั่นน้ำมัน มาหาค่าเฉลี่ยกับราคาน้ำเข้า หากต้องมีการนำเข้าจริง ไม่ใช่ผลิตได้แล้วทำการส่งออกในราคาตลาดโลกแล้วกลับสั่งซื้อเข้ามา เป็นลักษณะอัฐยายซื้อขนมยาย ทั้งนี้ต้องมีองค์กรกลางที่ประกอบด้วยผู้แทนจากหลายภาคส่วน มาควบคุมด้านราคา โดยห้ามมิให้เอกชนผู้ประกอบการ ขึ้น ลง ราคาตามอิสระ
5. การลอยตัวแก๊ส LPG โดยการปรับโครงสร้างที่ไม่ถูกต้องเป็นธรรมแก่ผู้บริโภคโดยรวม จะสร้างผลกำไรและผลประโยชน์มหาศาลนับแสนล้านต่อปีให้กับ บ.ธุรกิจด้านพลังงาน ถึงแม้ รัฐบาลจะถือหุ้น ครึ่งหนึ่ง ก็ตาม แต่ เงินที่เพิ่มขึ้นจากการลอยตัวอย่างไม่เป็นธรรมของราคาแก๊ส LPG นั้นมาจากเลือดเนื้อ หยาดเหงื่อและน้ำตาของคนไทยทั้งประเทศ ด้วยความสงสัยว่าคนไทยไม่มีสิทธิในทรัพยากรธรรมชาติของไทย ในราคาแบบคนไทยหรือ? หากจะต้องอ้างอิงราคาตลาดโลกเป็นเกณฑ์ ดังนั้นต่อไป คนไทยต้องซื้อข้าวสารในราคาตลาดโลกกระนั้นหรือ?
ดังนั้น เครือข่าย ผู้ใช้ รถยนต์ LPG แห่งประเทศไทย จึงมีข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเรื่องพลังงานทางเลือก LPG (ก๊าซปิโตรเลียมเหลว) เพื่อให้ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ได้พิจารณาดังนี้
1. ให้หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องเปิดเผยข้อเท็จจริงและมูลที่แท้จริงของโครงสร้างการผลิต จำหน่าย การนำเข้า ส่งออก ปริมาณการใช้ และโครงสร้างราคา ของพลังงานทางเลือก LPG และCNG รวมไปถึงพลังงานทางเลือกอื่นๆ ต่อสาธารณะ โดยไม่มีการหมกเม็ดปิดบังข้อมูลข่าวสารข้อเท็จจริง หรือเสนอข้อเท็จจริงด้านเดียวดังเช่นที่ผ่านมา โดยเฉพาะทางเวปไซท์ของหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง สื่อต่างๆ เพื่อให้สาธารณชนได้ทราบและมีส่วนรับรู้
2. การกำหนดนโยบายราคาพลังงานทางเลือก ต้องให้สาธารณชน องค์กรอิสระ ภาคส่วนของประชนที่มีส่วนได้เสีย ได้มีส่วนรับรู้และตัดสินใจ มิใช่ให้บริษัทเอกชน ร่วมกับข้าราชการกระทรวงพลังงาน ที่มีผลประโยชน์ทับซ้อนมีอำนาจในการผลักดันนโยบายฯ ได้โดยไม่คำนึงถึงผลประโยชน์โดยรวมของสังคมแท้จริง สร้างระบบนายทุนคุมการเมืองแบบเดิมๆเข้ามาหาผลประโยชน์โดยการ ทุจริตทางนโยบาย สร้างความเสียหายให้ประเทศชาติมหาศาล
3. ให้ออกกฎหมายหรือข้อกำหนดห้ามมิให้ ข้าราชการในกระทรวงพลังงาน เข้าไปนั่งเป็นบอร์ดหรือที่ปรึกษาใน บริษัทด้านพลังงาน เพราะ ข้าราชการเป็นผู้กำหนดนโยบายและควบคุมนโยบายอยู่แล้ว หากไปนั่งในบริษัทพลังงานก็จะไม่มีความชอบธรรมถือว่าเป็นผู้มีส่วนได้เสียหรือเป็นผู้ที่สามารถให้คุณให้โทษ ถึงแม้ว่าจะเป็นบริษัทนั้นๆรัฐจะเข้าไปถือหุ้นก็ตาม ควรจะสรรหาบุคลากรที่มีความรู้ ความสามารถด้านนั้นๆและมีความเป็นกลาง ซึ่งสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญที่สนับสนุนให้ประชาชนมีส่วนร่วมในกิจการและการดำเนินการของภาครัฐไปเป็นตัวแทนของรัฐและประชาชน ซึ่งต้องเป็นผู้มีความเป็นธรรมและมองเห็นประโยชน์ต่อประชาชนมากกว่าผลกำไรผู้ถือหุ้น
4. เครือข่าย ผู้ใช้ รถยนต์ LPG แห่งประเทศไทย ขอให้รัฐบาลอุดหนุนประชาชนทุกกลุ่มโดยไม่เลือกปฏิบัติ เมื่อมีการอัดฉีดงบของรัฐในการพยุงราคาสินค้าต่างๆ ช่วยภาคธุรกิจมากมายทั้งทางตรงและทางอ้อมด้วยมาตรการลดภาษี ลดดอกเบี้ย ดังนั้นจึงอยากให้รัฐบาลช่วยพยุงราคาแก๊ส LPG ทั้งระบบโดยไม่แยกราคา ของภาคการใช้งานออกจากกัน และให้คงราคาเดิมต่อไปจนกว่าเศรษฐกิจของประเทศจะผ่านพ้นช่วงที่ถดถอยไปก่อน ทั้งนี้เพื่อลดผลกระทบต่อภาระค่าใช้จ่ายประชาชนจำนวนมาก จึงค่อยกลับมาพิจารณาโครงสร้างที่เป็นธรรมอีกครั้ง
5. หากไม่สามารถจะคงราคาเดิมได้ด้วยความจำเป็นใดๆก็ตาม เครือข่าย ผู้ใช้ รถยนต์ LPG แห่งประเทศไทย ขอเสนอแนวทางออกสำหรับการแยกสองราคาดังนี้คือ
5.1. ให้คงที่ราคาเดิมของครัวเรือนต่อไป เพราะเป็นส่วนที่เราสามารถผลิตเองจากอ่าวไทย โดยทรัพยากรธรรมชาติของคนไทย หรือคณะกรรมการสามารถลดราคาลงมากกว่าปัจจุบัน เพราะค่าการตลาดที่สูงมากและสามารถลดภาษีบางรายการออกไป จะช่วยประชาชนผู้ใช้ก๊าซหุงต้มในครัวเรือนได้ทั้งประเทศ
5.2. ส่วนภาคขนส่งและอุตสาหกรรม ให้ใช้โครงสร้างกึ่งลอยตัว โดยเพิ่มราคา ขึ้นลง ตาม จำนวนที่นำเข้าจริงหากจะต้องมีการนำเข้าเพราะผลิตในประเทศไม่พอเพียงจริงๆ และเพิ่มเงินนำเข้ากองทุน LPG โดยตั้งเป็นกองทุนอิสระ แล้วนำเงินกองทุนนี้ไปชดเชย เอกชน ที่นำเข้าในแต่ละเดือน ต่อไป โดยให้เอกชนที่นำเข้า แสดงเอกสาร หลักฐาน การสั่งซื้อ นำเข้า การเสียภาษีศุลกากร มาแสดง เพื่อขอรับเงินชดเชยการนำเข้าต่อไป ดังแสดงในตารางโครงสร้างราคาที่นำเสนอโดย เครือข่ายฯ ที่แนบมา
5.3. จัดตั้งให้มีองค์ร่วม 3 ภาค ได้แก่ ภาครัฐ ภาคเอกชนผู้ประกอบการ ภาคตัวแทนผู้บริโภค เข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดโครงสร้างราคาและกำหนดราคาในแต่ละครั้ง
จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณาและนำมาเป็นข้อมูลในการตัดสินใจในประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ ว่าด้วยการกำหนดโครงสร้างราคาในครั้งนี้
ขอแสดงความเคารพอย่างสูง
นาย รุ่งชัย จันทสิงห์
ตัวแทนเครือข่ายผู้ใช้ รถยนต์ LPG แห่งประเทศไทย
เอกสารที่แนบมา :
สถิติข้อมูลการผลิตและใช้ LPG มกราคม-พฤศจิกายน 2551
http://www.gasthai.com/article/html/431.html
นโยบายสมัยหาเสียง พรรคประชาธิปัตย์
ลดค่าครองชีพ ลดภาระประชาชน โดย
ลดต้นทุนสินค้าอุปโภคบริโภค
วิธีปฏิบัติ
1. ยกเลิกการจัดเก็บเงินส่งกองทุนน้ำมันเฉพาะน้ำมันดีเซลและก๊าซโซฮอลล์ทันที
2. ผู้ใช้ไฟน้อย (ไม่เกิน 150 หน่วย/เดือน) ได้ส่วนลดเพิ่มขึ้น 3 เท่า โดยฟรีค่าไฟฟ้า 15 หน่วยแรก และงดเก็บค่าบริการ
3. ตรึงราคาก๊าซหุงต้ม
http://www.democrat.or.th/intention/economy.htm
|