ระเบียบสำนักงานกลางทะเบียนสมาคมการค้า
 (18/12/2551)


โดยที่เป็นการสมควร กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการเพื่อให้การออกใบอนุญาตและการจดทะเบียนสมาคมการค้า ตามพระราชบัญญัติ สมาคมการค้า พ.ศ.2509 เป็นไปในแนวทางเดียวกัน รวมทั้งมีหลักเกณฑ์และวิธีการปฏิบัติในการพิจารณาและออกคำสั่งทางปกครองที่ถูกต้อง ตามพระราชบัญญัติ วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 7 และมาตรา 31 แห่งพระราชบัญญัติ สมาคมการค้าพ.ศ.2509 นายทะเบียนกลางสมาคมการค้า จึงออกระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ 1.ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบสำนักงานกลางทะเบียนสมาคมการค้า ว่าด้วยการจดทะเบียนสมาคมการค้า พ.ศ. 2547 ”

ข้อ 2.ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้น 30 วัน นับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ข้อ 3.บรรดาคำสั่ง ประกาศ และระเบียบอื่นใดในส่วนที่ได้กำหนดไว้แล้วในระเบียบนี้หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้ ให้ใช้ระเบียบนี้แทน

หมวด 1
บททั่วไป
ข้อ 4.ในระเบียบนี้
“รัฐมนตรี” หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัติ สมาคมการค้า พ.ศ.2509 “นายทะเบียน” หมายความว่า นายทะเบียนสมาคมการค้าประจำจังหวัดและนายทะเบียนสมาคมการค้าประจำกรุงเทพมหานคร
“พนักงานเจ้าหน้าที่” หมายความว่า ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัติ สมาคมการค้า พ.ศ.2509
“สำนักงาน” หมายความว่า สำนักงานทะเบียนสมาคมการค้าประจำจังหวัดและสำนักงานทะเบียนสมาคมการค้าประจำกรุงเทพมหานคร
“การขออนุญาต” หมายความว่า การขออนุญาตจัดตั้งสมาคมการค้า
“คำขออนุญาต” หมายความว่า คำขออนุญาตจัดตั้งสมาคมการค้า
“การขอจดทะเบียน”หมายความว่า การขอจดทะเบียนตั้งหรือเปลี่ยนตัวกรรมการหรือการขอจดทะเบียนข้อบังคับ หรือแก้ไขหรือเพิ่มเติมข้อบังคับของสมาคมการค้า
“คำขอจดทะเบียน” หมายความว่า คำขอจดทะเบียนตั้งหรือเปลี่ยนตัวกรรมการ หรือคำขอจดทะเบียนข้อบังคับ หรือแก้ไขหรือเพิ่มเติมข้อบังคับของสมาคมการค้า
“การแจ้ง” หมายความว่า การแจ้งเลิกสมาคมการค้า หรือการแจ้งเสร็จการชำระบัญชีสมาคมการค้า
“แบบแจ้ง” หมายความว่า แบบแจ้งเลิกสมาคมการค้าหรือแบบแจ้งเสร็จการชำระบัญชีสมาคมการค้า

ข้อ 5.กรณีการขออนุญาต การขอจดทะเบียน หรือการแจ้งใดที่ได้ยื่นต่อสำนักงาน ที่มิได้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้ แต่นายทะเบียนพิจารณาเห็นควรอนุญาต หรือรับจดทะเบียนหรือให้รับได้ ให้นายทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ สรุปข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย และทำความเห็นแสดงเหตุผลที่ควรอนุญาต หรือรับจดทะเบียน หรือให้รับได้ เสนอถึงนายทะเบียนกลางสมาคมการค้าเพื่อวินิจฉัยสั่งการ

ข้อ 6.การขออนุญาต การขอจดทะเบียน หรือการแจ้งที่นายทะเบียนได้พิจารณา สั่งการอนุญาต รับจดทะเบียน หรือได้รับไว้แล้ว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ส่งคู่ฉบับคำขออนุญาต คำขอจดทะเบียน หรือแบบการแจ้งนั้น ไปยังสำนักงานกลางทะเบียนสมาคมการค้าเพื่อเก็บรักษาไว้ ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่นายทะเบียนอนุญาต รับจดทะเบียน หรือได้รับแล้วแต่กรณี

ข้อ 7.สำเนาเอกสารประกอบคำขออนุญาต สำเนาเอกสารประกอบคำขอจดทะเบียนหรือสำเนาเอกสารประกอบการแจ้งที่ยื่นต่อนายทะเบียน ให้ผู้ขออนุญาต ผู้ขอจดทะเบียน หรือผู้แจ้งอย่างน้อยหนึ่งคนลงลายมือชื่อรับรองความถูกต้อง

ข้อ 8.ในการขออนุญาต การขอจดทะเบียน หรือการแจ้งที่ได้ยื่นต่อสำนักงานใด ให้นายทะเบียนสำนักงานนั้นพิจารณาสั่งการอนุญาต รับจดทะเบียน หรือรับแจ้งได้โดยไม่ต้องส่งคำขออนุญาต คำขอจดทะเบียน หรือแบบแจ้งนั้น ให้สำนักงานกลางทะเบียนสมาคมการค้าตรวจพิจารณา สั่งการก่อน

ข้อ 9.ในการขออนุญาต การขอจดทะเบียน หรือการแจ้งตามระเบียบนี้ให้ผู้ขออนุญาต ผู้ขอจดทะเบียน ผู้แจ้ง หรือผู้รับมอบอำนาจ ซึ่งเป็นผู้มาติดต่อแสดงบัตรประจำตัวของตนต่อนายทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่

บัตรประจำตัวให้หมายถึง บัตรประจำตัวประชาชน บัตรประจำตัวข้าราชการ บัตรประจำตัวพนักงานองค์การของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจ ใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว หนังสือเดินทาง เอกสารใช้แทนหนังสือเดินทาง ใบรับคำขอมีบัตรประจำตัวประชาชนที่ยังไม่หมดอายุหรือเอกสารอื่นที่ใช้แทนเอกสารดังกล่าวได้ตามกฎหมาย

หมวด 2
แบบพิมพ์และเอกสารที่ใช้ในการขออนุญาต การขอจดทะเบียนและการแจ้งของสมาคมการค้า
ข้อ 10.คำขออนุญาต คำขอจดทะเบียน แบบแจ้งและเอกสารประกอบ ให้ใช้แบบพิมพ์ที่มีรูปแบบ ข้อความ และขนาดตามที่นายทะเบียนกำหนดขึ้น โดยในการยื่นคำขออนุญาต คำขอจดทะเบียน หรือการยื่นแบบแจ้ง รวมทั้งเอกสารประกอบ ให้มีจำนวนและเป็นไปตามรายละเอียดประเภทของการขออนุญาต การขอจดทะเบียน หรือการแจ้งที่กำหนดไว้ท้ายระเบียบนี้

ข้อ 11.การกรอกข้อความในแบบพิมพ์คำขออนุญาต คำขอจดทะเบียน แบบแจ้งและเอกสารประกอบที่ใช้ในการขออนุญาต การขอจดทะเบียน หรือการแจ้ง ให้ใช้พิมพ์ดีดหรือบันทึกข้อมูลด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์

ข้อ12.ในการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมคำขออนุญาต หรือคำขอจดทะเบียน ให้เรียกเก็บเมื่อผู้ขออนุญาต หรือผู้ขอจดทะเบียนยื่นคำขอต่อนายทะเบียน หรือพนักงานเจ้าหน้าที่

หมวด 3
การอนุญาตจัดตั้งสมาคมการค้า
ข้อ 13. การจัดตั้งสมาคมการค้าต้องขออนุญาตต่อนายทะเบียน โดยผู้เริ่มก่อการจำนวนไม่น้อยกว่า 3 คน ซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาและเป็นผู้ประกอบวิสาหกิจตามความหมายในพระราชบัญญัติ สมาคมการค้า พ.ศ. 2509

ข้อ 14.ผู้ขออนุญาตจะต้องลงลายมือชื่อในคำขออนุญาตต่อหน้านายทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ การลงลายมือชื่อต่อหน้านายทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ตามวรรคแรก ผู้ขออนุญาตต้องแสดงบัตรประจำตัวพร้อมสำเนาหลักฐานดังกล่าว และให้นายทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่บันทึกข้อความว่าได้เห็นต้นฉบับแล้ว และลงลายมือชื่อกำกับไว้ในสำเนาด้วย

ข้อ 15.ในการขออนุญาต ผู้ขออนุญาตต้องเสนอร่างข้อบังคับของสมาคมการค้าที่จะขอจดทะเบียนไปพร้อมกับการขออนุญาต

ข้อ 16.เมื่อนายทะเบียนรับจดทะเบียนตั้งสมาคมการค้าและออกใบอนุญาตให้แก่ผู้ขออนุญาตแล้ว ให้รับจดทะเบียนข้อบังคับของสมาคมการค้านั้นไปพร้อมกัน และให้พนักงานเจ้าหน้าที่ส่งคู่ฉบับคำขออนุญาตพร้อมสำเนาใบอนุญาตไปยังสำนักงานกลางทะเบียนสมาคมการค้า เพื่อทำการออกประกาศสำนักงานกลางทะเบียนสมาคมการค้า ส่งประกาศในราชกิจจานุเบกษา

หมวด 4
การจดทะเบียนตั้งหรือเปลี่ยนตัวกรรมการและแก้ไขหรือเพิ่มเติมข้อบังคับ
ข้อ 17.การขอจดทะเบียนตั้งกรรมการชุดแรกของสมาคมการ ให้ผู้เริ่มก่อการอย่างน้อยหนึ่งคนลงลายมือชื่อในคำขอจดทะเบียนภายใต้ข้อบังคับของสมาคมการค้า ในการขอจดทะเบียนเปลี่ยนตัวกรรมการหรือการขอจดทะเบียนแก้ไขหรือเพิ่มเติมข้อบังคับ ให้กรรมการอย่างน้อยหนึ่งคนตามที่ได้จดทะเบียนไว้เดิมลงลายมือชื่อในคำขอจดทะเบียน

ข้อ 18.ในการพิจารณาฐานะและความประพฤติของผู้ที่จะเป็นกรรมการ หากที่ประชุมใหญ่สมาชิกไม่ได้มีการลงมติรับรองฐานะและความประพฤติของผู้ที่จะเป็นกรรมการไว้ ให้ผู้ที่จะเป็นกรรมการแสดงหนังสือรับรองฐานะและความประพฤติที่รับรองโดยข้าราชการพลเรือนสามัญตั้งแต่ระดับ 5 ขึ้นไป หรือตำรวจชั้นผู้ใหญ่ซึ่งประจำอยู่ในท้องที่ที่ผู้จะเป็นกรรมการมีภูมิลำเนาอยู่ หรือจะมาแสดงตนต่อหน้านายทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ เพื่อทำการสอบสวนถึงฐานะและความประพฤติก็ได้

ข้อ 19.คำขอจดทะเบียนใดซึ่งมิได้มีการลงลายมือชื่อเป็นไปตามข้อ 17 นายทะเบียนจะรับจดทะเบียนได้ต่อเมื่อคำขอจดทะเบียนนั้นได้ลงลายมือชื่อโดยกรรมการหรือผู้ที่จะเป็นกรรมการซึ่งได้รับการแต่งตั้งโดยมติที่ประชุมใหญ่ หรือมติที่ประชุมคณะกรรมการให้เป็นผู้ยื่นคำขอจดทะเบียน และมีหลักฐานอันเป็นเอกสารประกอบการขอจดทะเบียน ดังต่อไปนี้

(1) กรณีขอจดทะเบียนโดยอาศัยมติที่ประชุมคณะกรรมการ ให้ผู้ขอจดทะเบียนส่งหลักฐานดัง ต่อไปนี้
ก. ก. สำเนาหนังสือบอกกล่าวนัดประชุมคณะกรรมการที่มีระเบียบวาระที่เกี่ยวข้อง กับการขอจดทะเบียนพร้อมด้วยหลักฐานการส่งหนังสือบอกกล่าวนัดประชุมนั้นไปยัง กรรมการทุกคน หรือหลักฐานที่รับทราบการนัดประชุมของกรรมการทุกคน หรือหลัก ฐานอื่นใดแล้วแต่กรณี ตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับ
ข. ข. สำเนารายงานการประชุมคณะกรรมการที่ปรากฏมติในเรื่องที่ขอจดทะเบียน
ค. ค. สำเนาบัญชีรายชื่อซึ่งปรากฏลายมือชื่อกรรมการที่เข้าประชุม

(2) กรณีขอจดทะเบียนโดยอาศัยมติที่ประชุมใหญ่สมาชิก ให้ผู้ขอจดทะเบียนส่งหลักฐานดัง ต่อไปนี้
ก. ก. สำเนาหนังสือบอกกล่าวนัดประชุมใหญ่สมาชิกที่มีระเบียบวาระที่เกี่ยวข้อง กับการขอจดทะเบียน พร้อมด้วยหลักฐานการส่งหนังสือบอกกล่าวนัดประชุมนั้นไปยัง สมาชิกทุกคน หรือหลักฐานที่รับทราบการนัดประชุมใหญ่สมาชิกหรือหลักฐานอื่นใด แล้วแต่กรณี ตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับ

ข. ข. สำเนารายงานการประชุมใหญ่สมาชิกที่ปรากฏมติในเรื่องที่ขอจดทะเบียน
ค. ค. สำเนาบัญชีรายชื่อที่ปรากฏลายมือชื่อสมาชิกที่เข้าประชุม

ข้อ 20.ในกรณีที่มีกรรมการหรือสมาชิกหรือผู้เกี่ยวข้องคัดค้านการจดทะเบียนใด ๆ เป็นหนังสือต่อนายทะเบียนก่อนที่จะได้รับจดทะเบียน ให้นำความในข้อ 19 มาใช้บังคับโดยอนุโลม

ข้อ 21.เมื่อมีผู้คัดค้านการจดทะเบียนและนายทะเบียนพิจารณาเห็นว่าเพื่อเป็นการกำหนดประเด็นข้อคัดค้านให้ชัดเจน หรือเพื่อทราบข้อเท็จจริงอื่นใดเพิ่มเติม ให้นายทะเบียนมีหนังสือลงทะเบียนไปรษณีย์ตอบรับ แจ้งประเด็นหรือรายละเอียดที่ต้องการทราบเพิ่มเติมไปยังกรรมการหรือสมาชิก โดยกำหนดเวลาให้ชี้แจงภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ลงในหนังสือ

ข้อ 22.การพิจารณาคำขอจดทะเบียนกรณีที่มีผู้คัดค้านการจดทะเบียน และรายชื่อสมาชิกที่เข้าร่วมประชุมใหญ่ไม่ตรงกับรายชื่อสมาชิกตามสำเนาทะเบียนสมาชิกที่นำส่งไว้ต่อนายทะเบียน จนเป็นเหตุให้เกิดประเด็นหรือข้อพิพาทเกี่ยวกับจำนวนสมาชิกผู้เข้าประชุมใหญ่ หรือเกี่ยวกับสมาชิกภาพของสมาชิก ให้เป็นหน้าที่ของผู้ขอจดทะเบียนนำส่งสำเนาทะเบียนสมาชิกฉบับล่าสุดที่มีรายชื่อสมาชิกเป็นปัจจุบันหรือฉบับที่ใช้อ้างอิงในการประชุมใหญ่ต่อนายทะเบียน และให้ถือเอาทะเบียนสมาชิกที่นำส่งใหม่ดังกล่าวนั้นเป็นหลักฐานในการพิจารณา หากมีการโต้แย้งในความถูกต้องเกี่ยวกับจำนวนหรือสมาชิกภาพที่ปรากฏตามสำเนาทะเบียนสมาชิกที่นำส่งไว้ต่อนายทะเบียน หรือที่นำส่งใหม่ตามความในวรรคแรก ผู้มีส่วนได้เสียอาจใช้สิทธิทางศาลเพื่อหาข้อยุติในข้อโต้แย้งนั้นก็ได้ และในระหว่างการพิจารณาไม่ปรากฏแก่นายทะเบียนว่าศาลได้มีคำสั่งห้ามนายทะเบียนรับจดทะเบียนไว้เป็นการชั่วคราวหรือมีคำสั่งศาลในทำนองเดียวกัน ก็ให้นายทะเบียนพิจารณาคำขอจดทะเบียนต่อไป

ข้อ 23.กรณีที่นายทะเบียนพิจารณารับจดทะเบียนหรือไม่รับจดทะเบียนคำขอใดที่มีผู้คัดค้านการจดทะเบียนให้นายทะเบียนแจ้งสมาคมการค้าและผู้คัดค้านทราบ พร้อมทั้งแจ้งสิทธิและระยะเวลาในการอุทธรณ์หรือโต้แย้งตามพระราชบัญญัติ สมาคมการค้า พ.ศ. 2509 หรือตามพระราชบัญญัติ วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 ทั้งนี้ตามที่กำหนดไว้ในหมวด 11

หมวด 5
ทะเบียนสมาชิก
ข้อ 24.สำเนาทะเบียนสมาชิกของสมาคมการค้าให้มีรายการและรูปแบบที่กำหนดไว้ท้าย ระเบียบนี้ ให้สมาคมการค้ายื่นสำเนาทะเบียนสมาชิกต่อนายทะเบียนภายใน 90 วัน นับแต่วันที่ได้รับอนุญาต หรือนับแต่วันที่สมาคมการค้าได้มีการรับสมาชิกใหม่หรือมีการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับทะเบียนสมาชิก

การยื่นสำเนาทะเบียนสมาชิกต่อนายทะเบียนตามวรรคสอง อาจจะส่งหรือยื่นสำเนาทะเบียนสมาชิกในรูปแบบของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ เช่น แผ่นบันทึกข้อมูล (Floppy Disk) หรือจานบันทึกข้อมูล (CD/DVD) หรือจัดส่งสำเนาทะเบียนสมาชิกนั้นทางจดหมาย/ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์

ก็ได้ทั้งนี้ให้สมาคมการค้าจัดทำหนังสือนำส่ง โดยต้องปรากฏลายมือชื่อของกรรมการอย่างน้อยหนึ่งคนในหนังสือนั้น และให้นายทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่เก็บไว้เป็นหลักฐานในการนำส่งด้วย

ข้อ 25.สำเนาทะเบียนสมาชิกที่สมาคมการค้านำส่งต่อนายทะเบียนนั้นให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นพยานหลักฐานอันถูกต้องตรงกับทะเบียนสมาชิกที่สมาคมการค้าเก็บรักษาไว้ หากมีการโต้แย้งหรือคัดค้านในความถูกต้องของเอกสารดังกล่าว ก็ให้ผู้โต้แย้งหรือคัดค้านแสดงหลักฐานในการพิสูจน์ความถูกนั้น

หมวด 6
ตราของสมาคมการค้า
ข้อ 26.สมาคมการค้าจะมีตราของสมาคมการค้าหรือไม่ก็ได้ หากประสงค์จะมีตราของสมาคมการค้าก็ให้กำหนดรูปแบบของตราไว้ในข้อบังคับของสมาคมการค้า

ตราของสมาคมการค้าต้องไม่มีรูปแบบหรือลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้
(1) เครื่องหมายตรามหาจักรีบรมราชวงศ์
(2) พระบรมราชาภิไธย พระปรมาภิไธยย่อของพระมหากษัตริย์ทุกรัชกาล และพระนามาภิไธยย่อของสมเด็จพระอัครมเหสีหรือสมเด็จพระยุพราช
(3) (3) พระบรมราชสัญลักษณ์ และพระราชสัญลักษณ์ของพระมหากษัตริย์ สมเด็จพระอัครมเหสีและ สมเด็จพระยุพราช
(4) (4) พระมหามงกุฎ มงกุฎขัตติยราชนารี หรือเครื่องราชอิสริยาภรณ์อื่นใดที่ใกล้เคียงกับมงกุฎ
(5) (5) ฉัตรต่างๆ อันเป็นลักษณะของเครื่องประกอบพระบรมราชอิสริยยศ
(6) (6) ตราแผ่นดิน ตราราชการ ตราครุฑพาห์ ธงหลวง ธงชาติ หรือธงราชการ เว้นแต่จะได้รับพระ ราชทานพระบรมราชานุญาต
(7) (7) พระราชลัญจกร และลัญจกรในราชการ
(8) (8) เครื่องหมายกาชาด ชื่อกาชาด กาเยเนวา เครื่องหมายราชการ หรือเครื่องหมายใดๆ ที่ขัดต่อรัฐ ประศาสโนบายหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน
(9) (9) เครื่องหมายราชการ องค์การ หน่วยงานของรัฐหรือองค์การระหว่างประเทศที่ขอสงวนไว้

หมวด 7
ชื่อของสมาคมการค้า
ข้อ 27.ชื่อของสมาคมการค้าต้องเป็นอักษรไทย โดยจะมีอักษรต่างประเทศกำกับไว้ท้ายหรือใต้ชื่ออักษรไทยด้วยก็ได้
ข้อ 28.ชื่อของสมาคมการค้าจะต้องไม่มีคำหรือข้อความใดๆ ดังต่อไปนี้
(1) (1) พระนามของพระเจ้าแผ่นดิน พระมเหสี รัชทายาท หรือพระบรมวงศานุวงศ์ใน พระราชวงศ์ปัจจุบัน เว้นแต่จะได้รับพระบรมราชานุญาต
(2) ชื่อ กระทรวง ทบวง กรม ส่วนราชการ ราชการส่วนท้องถิ่น หน่วยงานหรือองค์การของรัฐ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีเจ้ากระทรวงที่เกี่ยวข้อง (3) ข้อความว่า “แห่งประเทศไทย” หรือข้อความที่มีความหมายในทำนองเดียวกัน
(4) (4) ชื่อที่อาจก่อให้เกิดสำคัญผิดว่า รัฐบาล กระทรวง ทบวง กรม ส่วนราชการ ราชการส่วนท้องถิ่น หน่วยงานหรือองค์การของรัฐทั้งของประเทศไทยหรือต่างประเทศ หรือองค์การระหว่างประเทศเป็นเจ้าของหรือผู้ดำเนินการ
(5) ชื่อที่ขัดต่อแนวนโยบายแห่งรัฐ หรือขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดี ของประชาชน
(5) (5) ชื่อที่เหมือนหรือมีเสียงเรียกขานตรงกับชื่อของสมาคมการค้าที่ได้ยื่นขออนุญาตหรือที่นายทะเบียนได้อนุญาตและรับจดทะเบียนไว้แล้ว

หมวด 8
การส่งสำเนารายงานประจำปีและสำเนางบดุล

ข้อ 29.สมาคมการค้าต้องจัดทำงบดุลให้ผู้สอบบัญชีตรวจสอบ แล้วนำเสนอเพื่ออนุมัติต่อที่ประชุมใหญ่ของสมาคมการค้าภายใน 120 วัน นับแต่วันที่สิ้นปีการบัญชี ในการนี้ให้สมาคมการค้าจัดทำรายงานประจำปีแสดงผลการดำเนินกิจการเสนอต่อที่ประชุมใหญ่ในคราวเดียวกับที่เสนองบดุลด้วย สำเนางบดุลของสมาคมการค้า ให้กรรมการอย่างน้อยหนึ่งคนลงลายมือชื่อรับรองความถูกต้องและประทับตราของสมาคมการค้าไว้ในสำเนางบดุลนั้นทุกหน้า

ข้อ 30.สมาคมการค้าต้องจัดส่งสำเนารายงานประจำปีและสำเนางบดุลที่ผ่านการอนุมัติจากที่ประชุมใหญ่ต่อนายทะเบียนภายใน 30 วัน นับแต่วันที่มีการประชุมใหญ่

การนำส่งสำเนารายงานประจำปีและสำเนางบดุลตามวรรคแรก ให้กรรมการอย่างน้อยหนึ่งคนเป็นผู้ลงลายมือชื่อในหนังสือนำส่งนั้น สำหรับสมาคมการค้าที่มีสำนักงานแห่งใหญ่ตั้งอยู่นอกเขตกรุงเทพมหานคร ให้ส่งสำเนารายงานประจำปีและสำเนางบดุล จำนวน 2 ฉบับ และให้พนักงานเจ้าหน้าที่ส่งคู่ฉบับสำเนารายงานประจำปีและสำเนางบดุลนั้นไปยังสำนักงานกลางทะเบียนสมาคมการค้า เพื่อเก็บรักษาไว้ภายใน 7 วันนับแต่วันที่ได้รับ งบดุลของสมาคมการค้าให้ระบุข้อความในงบดุลด้วยว่า ได้รับอนุมัติจากที่ประชุมใหญ่ครั้งใด เมื่อวันที่ เดือน ปีใด หากมิได้ระบุข้อความดังกล่าวไว้ต้องจัดส่งสำเนารายงานการประชุมใหญ่ที่อนุมัติงบดุลนั้นไปพร้อมกับสำเนางบดุลที่นำส่งด้วย

หมวด 9
การตรวจ คัดสำเนา หรือรับรองสำเนาเอกสาร

ข้อ 31.การขอตรวจ คัดสำเนา หรือรับรองสำเนาเอกสารเกี่ยวกับสมาคมการค้าให้ผู้ขอยื่นคำขอตามแบบพิมพ์ที่กำหนดไว้ท้ายระเบียบนี้

ข้อ 32.การขอตรวจหรือคัดสำเนาเอกสารเกี่ยวกับสมาคมการค้าที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของนายทะเบียนในการอนุญาต การรับจดทะเบียน หรือการรับแจ้ง จะกระทำมิได้ เว้นแต่จะมีคำสั่งศาลหรือได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ ผู้ที่จะได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ให้ตรวจหรือคัดสำเนาเอกสารตามวรรคแรกจะต้องอยู่ในฐานะผู้ขออนุญาต ผู้ขอจดทะเบียน ผู้ชำระบัญชี ผู้คัดค้าน ผู้มีส่วนได้เสียจากคำสั่งของนายทะเบียน ผู้ซึ่งได้เข้ามาในกระบวนการพิจารณาของนายทะเบียนเนื่องจากสิทธิของบุคคลนั้นจะถูกกระทบกระเทือนจากคำสั่งของนายทะเบียน หรือผู้รับมอบอำนาจจากบุคคลดังกล่าว

การขอตรวจ หรือคัดสำเนาเอกสารตามวรรคแรกต้องทำเป็นหนังสือและระบุเอกสารที่จะขอตรวจหรือคัดสำเนาโดยชัดเจน ความในข้อนี้มิให้ใช้บังคับแก่การขอตรวจเพื่อแก้ไขข้อบกพร่องซึ่งกระทำเป็นปกติในการขออนุญาต การขอจดทะเบียน หรือการแจ้ง

ข้อ 33. การรับรองสำเนาเอกสาร ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทำตามแบบ ดังนี้
(1) กรณีรับรองสำเนาคำขออนุญาต คำขอจดทะเบียน แบบแจ้ง หรือเอกสารประกอบที่ใช้ใน การขออนุญาต การขอจดทะเบียน หรือการแจ้ง รวมทั้งเอกสารเกี่ยวกับงบดุลของสมาคมการค้า

แบบรับรองประวัติที่ระบุเกี่ยวกับข้อมูลของผู้เริ่มก่อการ หรือกรรมการสมาคมการค้า อันถือเป็นข้อมูลส่วนบุคคล นายทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่จะทำการรับรองสำเนาเอกสารนั้นได้ต่อเมื่อได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากเจ้าของข้อมูลที่ให้ไว้ล่วงหน้าหรือในขณะนั้น

(2) กรณีรับรองสำเนาทะเบียนสมาชิกของสมาคมการค้า
ข้อ 34.การยื่นขอใบอนุญาตสมาคมการค้าฉบับใหม่แทนฉบับเดิมที่สูญหายหรือถูกทำลาย ให้กรรมการสมาคมการค้าหรือผู้รับมอบอำนาจ ยื่นคำขอรับใบแทนตามแบบพิมพ์ที่นายทะเบียนกำหนดรูปแบบขึ้นท้ายระเบียบนี้

หมวด 10
การเลิกและชำระบัญชีสมาคมการค้า

ข้อ 35.เมื่อปรากฏแก่นายทะเบียนว่า สมาคมการค้าใดไม่สามารถดำเนินกิจการต่อไปได้ หรือหยุดดำเนินกิจการตั้งแต่ 2 ปีขึ้นไป หรือสมาคมการค้าขาดส่งสำเนางบดุลและสำเนารายงานประจำปีต่อนายทะเบียนติดต่อกัน 3 ปี นับแต่ปีปัจจุบันย้อนหลังลงไป ให้นายทะเบียนมีหนังสือแจ้งกรรมการของสมาคมการค้านั้นมาชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการดำเนินกิจการ หรือส่งเอกสารเกี่ยวกับการดำเนินงานของสมาคมการค้า หรือนายทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่อาจเข้าไปตรวจสอบในสำนักงานของสมาคมการค้าเพื่อแสวงหาข้อเท็จจริงอันเกี่ยวกับการดำเนินกิจการของสมาคมการค้านั้น และหากข้อเท็จจริงปรากฏแก่นายทะเบียนว่าสมาคมการค้าไม่ได้ดำเนินกิจการหรือหยุดดำเนินกิจการตั้งแต่ 2 ปีขึ้นไปแล้ว ก็ให้รายงานเสนอตามลำดับชั้นถึงรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาสั่งให้เลิกสมาคมการค้า

ข้อ 36.เมื่อสมาคมการค้าได้เลิกกันด้วยเหตุใดเหตุหนึ่งนอกจากกรณีที่รัฐมนตรีมีคำสั่งให้เลิกตามข้อ 35 ให้สมาคมการค้านั้นแจ้งต่อนายทะเบียนภายในกำหนดเวลา 15 วัน นับแต่วันที่เกิดมีเหตุที่ทำให้เลิกและให้ผู้ชำระบัญชีอย่างน้อยหนึ่งคนลงลายมือชื่อในแบบแจ้งเลิกสมาคมการค้า

ข้อ 37.เมื่อนายทะเบียนได้รับทราบคำสั่งของรัฐมนตรีที่ให้เลิกสมาคมการค้า หรือได้รับการแจ้งเลิกสมาคมการค้าตามข้อ 35 และ 36 ให้นายทะเบียนทำการเพิกถอนใบอนุญาตและขีดชื่อสมาคมการค้าที่เลิกกันนั้นออกจากทะเบียน กับให้พนักงานเจ้าหน้าที่ส่งสำเนาคำสั่งหรือคู่ฉบับแบบแจ้งเลิกสมาคมการค้าไปยังสำนักงานกลางทะเบียนสมาคมการค้า เพื่อทำการออกประกาศสำนักงานกลางทะเบียนสมาคมการค้าส่งประกาศในราชกิจจานุเบกษา

ข้อ 38.การชำระบัญชีของสมาคมการค้าที่ได้มีการเลิก ให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับของแต่ละสมาคมการค้านั้น หรือเป็นไปตามบทบัญญัติ มาตรา 39 และ 40 แห่งพระราชบัญญัติ สมาคมการค้า พ.ศ. 2509

ข้อ 39.เมื่อสมาคมการค้าได้เลิกกันแล้ว ให้ผู้ชำระบัญชีจัดทำรายงานการชำระบัญชียื่นต่อนายทะเบียนทุกระยะ 3 เดือน เพื่อแสดงให้เห็นถึงความเป็นไปของบัญชีที่ชำระอยู่ จนกว่าจะเสร็จการชำระบัญชี

ข้อ 40.เมื่อการชำระบัญชีของสมาคมการค้าได้เสร็จสิ้นลงก็ให้ผู้ชำระบัญชีแจ้งต่อนายทะเบียนและให้ถือว่าสมาคมการค้านั้นได้ดำเนินการชำระบัญชีจนเสร็จสิ้นแล้ว

ข้อ 41.ในการรายงานการชำระบัญชีและการแจ้งเสร็จการชำระบัญชีของสมาคมการค้าให้ผู้ชำระบัญชีอย่างน้อยหนึ่งคนลงลายมือชื่อในแบบรายงานการชำระบัญชีหรือแบบแจ้งเสร็จการชำระบัญชีแล้วแต่กรณี

หมวด 11
การอุทธรณ์คำสั่งนายทะเบียน
ข้อ 42.การแจ้งสิทธิอุทธรณ์คำสั่งนายทะเบียนตามพระราชบัญญัติ สมาคมการค้า พ.ศ. 2509 กรณีที่นายทะเบียนมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ตั้งสมาคมการค้าหรือไม่รับจดทะเบียนการแก้ไขหรือเพิ่มเติมข้อบังคับของสมาคมการค้า ให้แจ้งคำสั่งเป็นหนังสือโดยระบุเหตุผลของการสั่งให้ผู้ขออนุญาตหรือผู้ขอจดทะเบียนทราบ พร้อมทั้งแจ้งให้ทราบด้วยว่าผู้ขออนุญาตหรือผู้ขอจดทะเบียนมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งต่อรัฐมนตรีภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับคำสั่ง

ในการอุทธรณ์คำสั่งตามความในวรรคแรก ผู้ขออนุญาตหรือผู้ขอจดทะเบียนจะยื่นอุทธรณ์โดยตรงต่อรัฐมนตรี หรือนายทะเบียน หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ก็ได้ และให้ถือว่าวันที่ยื่นอุทธรณ์ดังกล่าวเป็นวันที่ยื่นอุทธรณ์ต่อรัฐมนตรี

ข้อ 43.การแจ้งสิทธิอุทธรณ์คำสั่งนายทะเบียนตามพระราชบัญญัติ วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 กรณีที่นายทะเบียนมีคำสั่งไม่รับจดทะเบียนตั้ง หรือเปลี่ยนตัวกรรมการ หรือไม่รับจดทะเบียนผู้ใดเป็นกรรมการของสมาคมการค้าหรือไม่รับการแจ้งเลิกหรือการแจ้งเสร็จการชำระบัญชีของสมาคมการค้า ให้แจ้งคำสั่งเป็นหนังสือโดยระบุเหตุผลของการสั่งให้ผู้ขอจดทะเบียนและกรรมการผู้ที่ถูกปฏิเสธการรับจดทะเบียนหรือผู้ชำระบัญชีทราบ พร้อมทั้งแจ้งให้ทราบด้วยว่าผู้ขอจดทะเบียนหรือกรรมการดังกล่าวหรือผู้ชำระบัญชีมีสิทธิอุทธรณ์หรือโต้แย้งคำสั่งต่อนายทะเบียนภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่งดังกล่าว

ข้อ 44.การแจ้งคำสั่งของนายทะเบียนตามข้อ 42 และ 43 ให้กระทำภายใน 7 วันนับแต่วันที่มีคำสั่ง และให้กระทำโดยวิธีใดวิธีหนึ่งดังต่อไปนี้
(1) (1) แจ้งโดยวิธีส่งทางไปรษณีย์ตอบรับ
(2) ในกรณีที่คู่กรณีหรือผู้รับมอบอำนาจจากคู่กรณีประสงค์จะมารับหนังสือแจ้งคำสั่งด้วยตนเอง ก็ให้คู่กรณีหรือผู้รับมอบอำนาจนั้นลงลายมือชื่อโดยระบุวันที่รับหนังสือแจ้งคำสั่งไว้เป็น หลักฐานด้วย และให้ถือว่าได้รับทราบคำสั่งนั้นแล้ว
(3) แจ้งโดยวิธีอื่นใดตามที่กำหนดไว้ในหมวด 4 แห่งพระราชบัญญัติ วิธีปฏิบัติ ราชการทางปกครอง พ.ศ.2539

ข้อ 45.คำอุทธรณ์หรือข้อโต้แย้งจะต้องทำเป็นหนังสือ โดยระบุข้อโต้แย้งและข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายที่อ้างอิงให้ชัดเจน

ข้อ 46.เมื่อนายทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับคำอุทธรณ์หรือโต้แย้งแล้ว ให้ดำเนินการ ดังนี้
(1) (1) กรณีเป็นการอุทธรณ์ต่อรัฐมนตรีตามข้อ 42 ให้นายทะเบียนพิจารณาสรุปข้อเท็จจริง ข้อกฎหมายและความเห็น เสนอตามลำดับชั้น จนถึงรัฐมนตรีผู้มีอำนาจวินิจฉัย หรือ ดำเนินการตามที่รัฐมนตรีจะพิจารณาเห็นสมควร
(2) กรณีเป็นการอุทธรณ์ต่อนายทะเบียนตามข้อ 43 ให้นายทะเบียนเป็นผู้พิจารณาหากเห็นด้วยกับอุทธรณ์ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน ก็ให้ดำเนินการเปลี่ยนแปลงคำสั่งที่ได้วินิจฉัยไปแล้วได้ ถ้าไม่เห็นด้วยกับคำอุทธรณ์ กรณีอุทธรณ์คำสั่งของนายทะเบียนอื่นนอกจากนายทะเบียนสมาคมการค้าประจำกรุงเทพมหานคร ให้นายทะเบียนดังกล่าวสรุปข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย พร้อมความเห็นเสนอต่อนายทะเบียนกลางสมาคมการค้าเป็นผู้วินิจฉัย แต่หากเป็นกรณีอุทธรณ์คำสั่งของนายทะเบียนสมาคมการค้าประจำกรุงเทพมหานคร ก็ให้นายทะเบียนสรุปข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย พร้อมความเห็นเสนอปลัดกระทรวงพาณิชย์เป็นผู้วินิจฉัย

ประกาศ ณ วันที่ 28 มิถุนายน 2547
อรจิต สิงคาลวณิช
(นางสาวอรจิต สิงคาลวณิช)
อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
นายทะเบียนกลางสมาคมการค้า

รายละเอียดคำขออนุญาต คำขอจดทะเบียน แบบการแจ้งและเอกสารประกอบตามประเภทของการขออนุญาต การขอจดทะเบียนหรือการแจ้ง

 

แนบท้าย ระเบียบสำนักงานกลางทะเบียนสมาคมการค้า ว่าด้วยการจดทะเบียนสมาคมการค้า พ.. 2547

 

 

 

ลำดับที่

 

ประเภทการขออนุญาต/การขอจดทะเบียน/การแจ้ง

 

คำขอ/แบบ

 

เอกสารประกอบ

 

1.

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

2.

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

การขออนุญาตจัดตั้งสมาคมการค้า

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

การขอจดทะเบียนแก้ไขหรือเพิ่มเติมข้อบังคับ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

...1

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

...5

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

(1)         (1)         ข้อบังคับของสมาคมการค้าที่ขออนุญาตจัดตั้ง

 

(2)         (2)         สำเนาทะเบียนบ้านของผู้เริ่มก่อการจัดตั้ง

 

(3)         (3)         สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้เริ่มก่อการจัดตั้ง

 

(4)         (4)         หลักฐานการเป็นผู้ประกอบวิสาหกิจของผู้เริ่มก่อการจัดตั้ง

 

(5)         (5)         หลักฐานแสดงหลักทรัพย์ของผู้เริ่มก่อการจัดตั้ง

 

(6)         (6)         แบบรับรองประวัติ (...7)

 

(7)         (7)         หลักฐานแสดงสิทธิในที่ตั้งสำนักงาน

 

(8)         (8)         แผนที่แสดงที่ตั้งสำนักงาน

 

 

 

(1)     (1)     สำเนารายงานการประชุมใหญ่ ครั้งที่มีมติ

 

(2)     (2)     ข้อบังคับเปรียบเทียบ

 

(3)     (3)     สำเนาบัตรประจำตัวของผู้ขอจดทะเบียน

 

(4)     (4)     หลักฐานแสดงสิทธิในที่ตั้งสำนักงาน (ใช้เฉพาะกรณีที่แก้ไขเกี่ยวกับที่ตั้งสำนักงาน)

 

(5)     (5)     แผนที่แสดงที่ตั้งสำนักงาน (ใช้เฉพาะกรณีที่แก้ไขเกี่ยวกับ  

 

ที่ตั้งสำนักงาน)

 

(6)     (6)     ใบอนุญาตสมาคมการค้าฉบับเดิม (ใช้เฉพาะกรณีที่แก้ไข

 

เกี่ยวกับชื่อของสมาคมการค้า)

 

(7)  หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี)

 

 

 

ลำดับที่

 

ประเภทการขออนุญาต/การขอจดทะเบียน/การแจ้ง

 

คำขอ/แบบ

 

เอกสารประกอบ

 

3.

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

4.

 

 

 

 

 

 

 

 

 

5.

 

 

 

 

 

 

 

การขอจดทะเบียนตั้งหรือเปลี่ยนตัวกรรมการ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

การแจ้งเลิกสมาคมการค้า

 

 

 

 

 

 

 

 

 

การแจ้งเสร็จการชำระบัญชีสมาคมการค้า

 

 

 

...6

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

...10

 

 

 

 

 

 

 

 

 

... 12

 

 

 

 

 

(1)         (1)         แบบรับรองประวัติ  (...7)

 

(2)         (2)         รายชื่อกรรมการ  (...8)

 

(3)         (3)         สำเนารายงานการประชุมคณะกรรมการ หรือการประชุมใหญ่ครั้งที่มีมติ แล้วแต่กรณี

 

(4)         (4)         สำเนาบัตรประจำตัวของผู้ขอจดทะเบียน

 

(5)         (5)         หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี)

 

 

 

(1)     (1)       ใบอนุญาตสมาคมการค้า  (ส่งคืน)

 

(2)     (2)       สำเนารายงานการประชุมใหญ่ครั้งที่มีมติ

 

(3)     (3)       สำเนาบัตรประจำตัวผู้ชำระบัญชีที่ลงชื่อในแบบแจ้งเลิก

 

(4)     (4)       หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี)

 

 

 

(1)         (1)         รายงานการชำระบัญชีฉบับสุดท้าย (...11)

 

(2)         (2)         สำเนาบัตรประจำตัวผู้ชำระบัญชีที่ลงชื่อในแบบแจ้งเสร็จการชำระบัญชี

 

(3)         (3)         หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี)

 

 

 

 

 

หมายเหตุ                        1.    การขออนุญาตจัดตั้งสมาคมการค้า ให้ยื่นคำขอและเอกสารประกอบ จำนวน 3 ฉบับ

 

2.       2.       การจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับ,การจดทะเบียนตั้งหรือเปลี่ยนตัวกรรมการ,การแจ้งเลิกสมาคมการค้า,การแจ้งเสร็จการชำระบัญชีสมาคมการค้า

 

 

 

 

 

2.1  กรณีของสมาคมการค้าที่ตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร ให้ยื่นคำขอหรือแบบและเอกสารประกอบ จำนวน 1 ฉบับ

 

2.2  กรณีของสมาคมการค้าที่ตั้งอยู่ในจังหวัดอื่นนอกจากกรุงเทพมหานคร ให้ยื่นคำขอหรือแบบและเอกสารประกอบ จำนวน 2 ฉบับ

 



หน้าแรก || สมัครสมาชิก || LOGIN || LOGOUT || เปลี่ยนไอคอนส่วนตัว || โปรแกรมย่อรูปภาพ || เกี่ยวกับลิขสิทธิ์บทความภาพถ่าย || ข้อตกลงและเงื่อนไขในการใช้เว็บ || เกี่ยวกับเรา || ติดต่อโฆษณา
แจ้งปัญหาการใช้งาน website GasThai.Com หรือขอความรู้และขอคำปรึกษารถยนต์ติดแก๊ส LPG/NGV ติดต่อ :::>>>Email::: webmaster@GasThai.Com   หรือ   ติดต่อเรา(Contact Us)
Copy Right © Gasthai.com December 2005   Counter View Stats Truehits.Net