ข้อบังคับสมาคมผู้ติดตั้งอุปกรณ์ใช้ก๊าซสำหรับยานยนต์
 (12/12/2551)


ข้อบังคับของสมาคมผู้ติดตั้งอุปกรณ์ใช้ก๊าซสำหรับยานยนต์
สมาคมการค้านี้จัดตั้งตามพระราชบัญญัติสมาคมการค้า พ.ศ.2509 และอยู่ในการ ควบคุมดูแลของสำนักงานทะเบียนสมาคมการค้าประจำ กรุงเทพมหานคร
หมวดที่ 1บทความทั่วไป
ข้อ 1. ชื่อของสมาคมการค้า สมาคมการค้านี้มีชื่อว่า "สมาคมผู้ติดตั้งอุปกรณ์ใช้ก๊าซสำหรับยานยนต์"
เขียนชื่อเป็นอักษรภาษาอังกฤษว่า "The Association of Gas Equipment for Vehicles "
เรียกชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า "เดอะ แอซโซเชียชั่น ออฟ ก๊าซ อิคิวเมนท์ ฟอร์ วีฮิเคิ้ล "
คำว่า“สมาคม”ต่อไปในข้อบังคับนี้ให้หมายความถึง “สมาคมธุรกิจอุปกรณ์ใช้ก๊าซสำหรับยานยนต์”

ข้อ 2. สำนักงานของสมาคม ตั้งอยู่ ณ เลขที่ 294 หมู่ที่ 12 ซอยเพชรเกษม 73/1
ถนนเพชรเกษม แขวงหนองค้างพลู เขตหนองแขม จังหวัด กรุงเทพฯ รหัสไปรษณีย์ 10160
โทรศัพท์ 02-8097015 โทรสาร 02-8097016 e-mail : org@gasthai.com

ข้อ 3. ตราของสมาคม มีเครื่องหมายเป็นรูป


หมวดที่ 2 วัตถุที่ประสงค์
ข้อ 4 สมาคมนี้มีวัตถุที่ประสงค์ดังต่อไปนี้ .-
(1) ส่งเสริมการประกอบวิสาหกิจประเภทที่เกี่ยวกับ ผู้ผลิต ผู้นำเข้า ผู้ส่งออก ผู้จำหน่าย ผู้ติดตั้ง ผู้ตรวจสอบ อุปกรณ์ก๊าซสำหรับยานยนต์
(2) สนับสนุนและช่วยเหลือสมาชิกแก้ไขอุปสรรคข้อขัดข้องต่าง ๆ รวมทั้ง เจรจาทำความตกลงกับบุคคลภายนอกเพื่อประโยชน์ร่วมกันในการประกอบวิสาหกิจประเภทที่อยู่ใน วัตถุที่ประสงค์ สอดส่องและติดตามความเคลื่อนไหวของตลาดการค้าทั้งภายในและภายนอกประเทศ เกี่ยวกับสินค้าที่สมาชิกประกอบวิสาหกิจ เพื่อให้เป็นประโยชน์แก่การค้า การเงิน เศรษฐกิจ หรือ ความมั่นคงของประเทศ
(3) ทำการวิจัยเกี่ยวกับการประกอบวิสาหกิจประเภทที่อยู่ในวัตถุที่ประสงค์ แลกเปลี่ยนและเผยแพร่ความรู้ในทางวิชาการ ตลอดจนข่าวสารการค้าอันเกี่ยวกับการวิสาหกิจนั้น ๆ
(4) ขอสถิติ หรือเอกสารหรือขอทราบข้อความใด ๆ จากสมาชิกเกี่ยวกับการ ดำเนินวิสาหกิจประเภทที่อยู่ในวัตถุที่ประสงค์ ทั้งนี้ด้วยความยินยอมของสมาชิก
(5) ส่งเสริมคุณภาพของสินค้าที่ผลิตหรือจำหน่าย โดยผู้ประกอบวิสาหกิจที่เป็น สมาชิกให้เข้ามาตรฐาน ตลอดจนวิจัยและปรับปรุงวิธีการผลิตและการค้าให้ได้ผลดียิ่งขึ้น
(6) ร่วมมือกับรัฐบาลในการส่งเสริมการค้า อุตสาหกรรม การเงินหรือธุรกิจอื่น ใดในทางเศรษฐกิจอันอยู่ในวัตถุที่ประสงค์
(7) ส่งเสริมการผลิต เพื่อให้สินค้ามีปริมาณเพียงพอแก่ความต้องการของตลาดทั้ง ภายในและภายนอกประเทศ
(8) ทำความตกลงหรือวางระเบียบให้สมาชิกปฏิบัติ หรืองดเว้นการปฏิบัติ เพื่อให้ การประกอบวิสาหกิจประเภทที่อยู่ในวัตถุที่ประสงค์ได้ดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย
(9) ประนีประนอมข้อพิพาทระหว่างสมาชิก หรือระหว่างสมาชิกกับ บุคคลภายนอกในการประกอบวิสาหกิจ
(10) ไม่มีวัตถุประสงค์ในการจัดตั้งโต๊ะบิลเลียดหรือโต๊ะสนุกเกอร์

หมวดที่ 3สมาชิกและสมาชิกภาพ
ข้อ 5 ประเภทสมาชิก สมาชิกของสมาคมการค้าแบ่งออกเป็นสามประเภท และมี คุณสมบัติดังนี้ คือ.-

(1) สมาชิกสามัญ ได้แก่ บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลที่ประกอบวิสาหกิจ ประเภทเกี่ยวกับ ผู้ผลิต ผู้นำเข้า ผู้ส่งออก ผู้จำหน่าย ผู้ติดตั้ง ผู้ตรวจสอบ อุปกรณ์ก๊าซสำหรับยานยนต์ ซึ่งได้จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย
(2) สมาชิกวิสามัญ ได้แก่ บุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคลที่ประกอบวิสาหกิจ ในทางการค้า อุตสาหกรรม หรือการเงินอันเกี่ยวเนื่องกับ ผู้ผลิต ผู้นำเข้า ผู้ส่งออก ผู้จำหน่าย ผู้ติดตั้ง ผู้ตรวจสอบ อุปกรณ์ก๊าซสำหรับยานยนต์ ซึ่งได้จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย
(3) สมาชิกกิตติมศักดิ์ ได้แก่ บุคคลซึ่งคณะกรรมการเห็นว่าเป็นผู้ทรงคุณวุฒิหรือเป็นผู้ที่มีอุปการะคุณแก่สมาคม ซึ่งคณะกรรมการมีมติให้เข้าเป็นสมาชิก และผู้นั้นตอบรับคำเชิญ

ข้อ 6 คุณสมบัติของสมาชิก สมาชิกของสมาคมการค้านอกจากคุณสมบัติตามข้อ 5 แล้ว ยังต้องประกอบด้วยคุณสมบัติดังต่อไปนี้ คือ.-
(1) ในกรณีที่เป็นบุคคลธรรมดา
1. เป็นผู้บรรลุนิติภาวะแล้ว
2. ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย บุคคลไร้ความสามารถ หรือบุคคลเสมือน- ไร้ความสามารถ
3. ไม่เคยเป็นบุคคลที่เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดของศาลให้ลงโทษ จำคุกเว้นแต่ความผิดลหุโทษ หรือความผิดที่อัตราโทษไม่สูงกว่า ความผิดลหุโทษ หรือความผิดซึ่งกระทำโดยประมาท
4. ไม่เป็นโรคอันพึงรังเกียจแก่สังคม
5. เป็นผู้มีความประพฤติเรียบร้อย

(2) ในกรณีที่เป็นนิติบุคคล
1. ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
2. มีฐานะมั่นคงพอสมควร
ให้นำความในข้อ 6 (1) มาใช้บังคับแก่คุณสมบัติของผู้แทนนิติบุคคลที่ได้รับแต่งตั้ง ให้ มีอำนาจกระทำการแทนนิติบุคคลที่เป็นสมาชิกตามข้อ 10 ด้วย

ข้อ 7 การสมัครเข้าเป็นสมาชิก ผู้ที่ประสงค์จะสมัครเข้าเป็นสมาชิก หรือสมาชิก วิสามัญของสมาคมจะต้องยื่นความจำนงต่อเลขาธิการ หรือกรรมการผู้ทำหน้าที่แทนเลขาธิการตาม แบบพิมพ์ที่สมาคมได้กำหนดไว้ โดยมีสมาชิกสามัญเป็นผู้รับรองอย่างน้อยสองคน

ข้อ 8 การพิจารณาคำขอสมัครเข้าเป็นสมาชิก ให้เลขาธิการ หรือกรรมการผู้ทำหน้าที่ แทนเลขาธิการ นำใบสมัครเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการในคราวต่อไปหลังจากที่ได้รับใบสมัคร เมื่อคณะกรรมการมีมติให้รับหรือไม่รับผู้ใดเข้าเป็นสมาชิก ให้เลขาธิการ มีหนังสือแจ้งให้ผู้นั้นทราบ ภายในเจ็ดวัน นับแต่วันลงมติ

ข้อ 9 วันเริ่มสมาชิกภาพ สมาชิกภาพเริ่มตั้งแต่วันที่ผู้สมัคร ได้ชำระค่าลงทะเบียนเข้า เป็นสมาชิก และค่าบำรุงประจำปีของสมาคมเรียบร้อยแล้ว

ข้อ 10 สมาชิกที่เป็นนิติบุคคล ต้องแต่งตั้งผู้แทนซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาที่มีอำนาจ กระทำกิจการแทนนิติบุคคลนั้นได้ไม่เกินสองคน เพื่อปฏิบัติการในหน้าที่ และใช้สิทธิแทนนิติบุคคล นั้นได้ เพียงเท่าที่สมาชิกบุคคลธรรมดาประเภทเดียวกันนั้นจะพึงมี ในการนี้ ผู้แทนจะมอบหมายให้ บุคคลอื่นกระทำการแทนหรือแต่งตั้งตัวแทนช่วงมิได้ บุคคลเดียวกันจะเป็นผู้แทนที่มีอำนาจกระทำการแทนสมาชิกเกินหนึ่งรายมิได้

ข้อ 11 การขาดจากสมาชิกภาพ สมาชิกภาพย่อมสิ้นสุดลง ในกรณีดังต่อไปนี้

(1) ตาย หรือสิ้นสภาพนิติบุคคล
(2) ขาดคุณสมบัติตามข้อ 5
(3) ลาออก โดยยื่นหนังสือลาออกต่อคณะกรรมการ และคณะกรรมการเห็นชอบ
(4) ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้เป็นบุคคลล้มละลาย
(5) ถูกศาลสั่งให้เป็นบุคคลไร้ความสามารถหรือบุคคลเสมือนไร้ความสามารถ
(6) ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุก เว้นแต่เป็นความผิดลหุโทษ หรือ ความผิดที่อัตราโทษไม่สูงกว่าความผิดลหุโทษ หรือความผิดที่ได้กระทำ โดยประมาท

(7) คณะกรรมการลงมติให้ลบชื่อออกจากทะเบียนสมาชิก โดยคะแนนเสียง ไม่น้อยกว่าสามในสี่ของจำนวนกรรมการทั้งหมด ด้วยเหตุหนึ่งเหตุใด ดังต่อไปนี้ .-

1. กระทำการใด ๆ ที่ทำให้สมาคมเสื่อมเสียชื่อเสียงโดยเจตนา
2. กระทำการละเมิดข้อบังคับโดยเจตนา
3. ไม่ชำระเงินค่าบำรุงประจำปี และได้รับใบเตือนจากเจ้าหน้าที่ ครบสามสิบวันแล้ว

ข้อ 12 ทะเบียนสมาชิก ให้นายทะเบียนจัดทำทะเบียนสมาชิกเก็บไว้ ณ สำนักงาน ของสมาคม โดยอย่างน้อยให้มีรายการดังต่อไปนี้.-

(1) ชื่อและสัญชาติของสมาชิก
(2) ชื่อที่ใช้ในการประกอบวิสาหกิจและประเภทของวิสาหกิจ
(3) ที่ตั้งสำนักงานของสมาชิก
(4) วันที่เข้าเป็นสมาชิก

หมวดที่ 4 สิทธิและหน้าที่ของสมาชิก

ข้อ 13 สิทธิของสมาชิก
(1) ได้รับความช่วยเหลือและการส่งเคราะห์ในเรื่องที่เกี่ยวกับกิจการอันอยู่ในวัตถุที่ประสงค์ของ สมาคมจากสมาคมเท่าที่จะอำนวยได้
(2) เสนอความคิดเห็นหรือให้คำแนะนำต่อสมาคม หรือคณะกรรมการในเรื่องใด ๆ อันอยู่ใน วัตถุที่ประสงค์ของสมาคมเพื่อนำมาซึ่งความเจริญรุ่งเรืองของสมาคม
(3) ขอตรวจสอบกิจการและทรัพย์สินของสมาคมได้ โดยทำเป็นหนังสือยื่นต่อเลขาธิการ หรือ กรรมการผู้ทำหน้าที่แทนเลขาธิการ
(4) เข้าร่วมประชุมอภิปรายแสดงความคิดเห็นซักถามกรรมการเสนอญัตติ ในการประชุมใหญ่สมาชิก
(5) มีสิทธิประดับเครื่องหมายของสมาคม
(6) สมาชิกสามัญเท่านั้นมีสิทธิในการออกเสียงลงคะแนนในที่ประชุมใหญ่ และมีสิทธิได้รับเลือกตั้งเป็นกรรมการ

ข้อ 14 หน้าที่ของสมาชิก
(1) ต้องปฏิบัติตามข้อบังคับของสมาคม มติของที่ประชุมใหญ่ มติของคณะกรรมการและหน้าที่ ซึ่งตนได้รับมอบหมายจากสมาคมด้วยความซื่อสัตย์โดยเคร่งครัด
(2) ดำรงรักษาเกียรติและผลประโยชน์ส่วนได้เสียของสมาคม ตลอดจนต้องรักษาความลับ ในข้อประชุมหรือวิธีการของสมาคม ไม่เปิดเผยข้อความ ซึ่งอาจจะนำความเสื่อมเสียมาสู่สมาคม โดยเด็ดขาด
(3) ส่งเสริมและสนับสนุนกิจการของสมาคมให้เจริญรุ่งเรือง และมีความก้าวหน้าอยู่เสมอ
(4) ต้องรักษาไว้ซึ่งความสามัคคีธรรมระหว่างสมาชิกและปฏิบัติกิจการค้าในทำนองช่วยเหลือกัน ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต
(5) ชำระค่าบำรุงให้แก่สมาคมตามกำหนด
(6) สมาชิกผู้ใดเปลี่ยนชื่อ ชื่อสกุล สัญชาติ ย้ายที่อยู่ ย้ายที่ตั้งสำนักงานเปลี่ยนแปลงประเภท วิสาหกิจหรือเปลี่ยนผู้แทนนิติบุคคล จะต้องแจ้งให้เลขาธิการทราบเป็นหนังสือ ภายในกำหนดเวลาเจ็ดวัน นับแต่เปลี่ยนแปลง

หมวดที่ 5ค่าลงทะเบียนเข้าเป็นสมาชิก และค่าบำรุงสมาคม

ข้อ 15 ค่าลงทะเบียนเข้าเป็นสมาชิกและค่าบำรุงสมาคม

(1) สมาชิกสามัญจะต้องชำระค่าลงทะเบียน 1,000 บาท (หนึ่งพันบาทถ้วน)
และค่าบำรุงสมาคมเป็นรายปี ๆ ละ 1,000 บาท (หนึ่งพันบาทถ้วน)
(2) สมาชิกวิสามัญจะต้องชำระค่าลงทะเบียน 500 บาท (ห้าร้อยบาทบาท)
และค่าบำรุงสมาคมเป็นรายปี ๆ ละ 500 บาท (ห้าร้อยบาท)
(3) สมาชิกกิตติมศักดิ์ไม่ต้องชำระค่าลงทะเบียนหรือค่าบำรุงอย่างใดทั้งสิ้น

ข้อ 16 ค่าบำรุงพิเศษ สมาคมอาจเรียกเก็บค่าบำรุงพิเศษจำนวนเท่าใดจากสมาชิกได้เป็นครั้งคราว โดยที่ประชุมใหญ่ลงมติด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสามในสี่ของจำนวนสมาชิกสามัญที่มาประชุมทั้งหมด

หมวดที่ 6คณะกรรมการของสมาคม

ข้อ 17 ให้มีคณะกรรมการขึ้นขณะหนึ่งเป็นผู้บริหารงานให้เป็นไปตามวัตถุที่ประสงค์ ของสมาคมและเป็นผู้แทนของสมาคมในกิจการอันเกี่ยวกับบุคคลภายนอก ประกอบด้วยสมาชิกสามัญที่เป็นบุคคลธรรมดา หรือผู้แทนสมาชิกสามัญที่เป็นนิติบุคคล ซึ่งได้รับเลือกตั้งจากที่ประชุมใหญ่มีจำนวนไม่น้อยกว่าเก้าคน และไม่เกินยี่สิบห้าคน เว้นแต่ที่ประชุมใหญ่ครั้งนั้น ๆ จะมีมติเป็นอย่างอื่น การเลือกตั้งกรรมการให้กระทำด้วยวิธีลงคะแนนลับโดยให้สมาชิกสามัญหรือสมาชิกวิสามัญ เสนอชื่อของสมาชิกสามัญซึ่งตนประสงค์จะให้เข้าสมัครรับเลือกตั้งเป็นกรรมการต่อที่ประชุมใหญ่ โดยมีสมาชิกสามัญอื่นรับรองไม่น้อยกว่าสองคน แล้วให้ที่ประชุมใหญ่ลงมติเลือกตั้ง ให้ผู้ได้รับคะแนนสูงตามลำดับได้เป็นกรรมการตามจำนวนที่กำหนดไว้ในวรรคแรกและตามมติที่ประชุมใหญ่ครั้งนั้น ๆ ถ้ามีผู้ได้คะแนนเท่ากันในลำดับสุดท้ายที่จะได้เป็นกรรมการคราวนั้น ให้ที่ประชุมใหญ่ลงมติใหม่เฉพาะผู้ที่ได้คะแนนเท่ากัน หากปรากฏว่าได้คะแนนเท่ากันอีกให้ใช้วิธีจับสลาก ให้คณะกรรมการเลือกตั้งกันเองเพื่อดำรงตำแหน่งนายกสมาคมหนึ่งคน อุปนายกสองคน เลขาธิการ เหรัญญิก นายทะเบียน ปฏิคม ประชาสัมพันธ์ ตำแหน่งละหนึ่งคน และตำแหน่งอื่น ๆ ตามความเหมาะสมด้วยความเห็นชอบของคณะกรรมการที่ได้กำหนดหน้าที่ตามที่เห็นสมควร คณะกรรมการของสมาคม อยู่ในตำแหน่งกรรมการได้คราวละสองปี และให้มีการเลือกตั้งกรรมการชุดใหม่ขึ้นแทนภายใน 180 วัน การนับวาระกรรมการให้นับแต่วันที่ประชุมใหญ่มีมติเลือกตั้ง ภายใต้บังคับของมาตรา 19 และ 33 แห่งพระราชบัญญัติสมาคมการค้า พ.ศ.2509 กรรมการที่พ้นจากตำแหน่งกรรมการไปแล้ว อาจได้รับเลือกตั้งหรือแต่งตั้งเป็นกรรมการอีกก็ได้ สมาชิกผู้หนึ่งผู้ใดจะได้รับเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่งนายยกสมาคมเกินกว่าสองคราวติดต่อกันมิได้

ข้อ 18 การพ้นจากตำแหน่งกรรมการ กรรมการย่อมพ้นจากตำแหน่งในกรณี ดังต่อไปนี้ .-
(1) ครบกำหนดออกตามวาระ
(2) ลาออกโดยคณะกรรมการได้ลงมติอนุมัติแล้ว เว้นแต่การลาออก เฉพาะตำแหน่งตามข้อ 17 วรรคสาม
(3) ขาดจากสมาชิกภาพ
(4) ที่ประชุมใหญ่มีมติให้ถอดถอนออกจากการเป็นกรรมการ
(5) เมื่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์สั่งให้ออกตามมาตรา 33 แห่งพระราชบัญญัติสมาคมการค้า พ.ศ.2509
(6) ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติสมาคมการค้า พ.ศ.2509
ในกรณีที่ผู้แทนสมาชิกซึ่งเป็นนิติบุคคลตามข้อ 10 ที่ได้รับการเลือกตั้งหรือแต่งตั้ง ตายหรือพ้นจากตำแหน่งผู้แทนของสมาชิกนั้น ผู้แทนคนใหม่ของสมาชิกรายนั้น ๆ จะเข้าเป็นกรรมการแทนก็ได้

ข้อ 19 กรณีที่กรรมการพ้นจากตำแหน่งกรรมการก่อนครบกำหนดออกตามวาระ คณะกรรมการอาจตั้งสมาชิกสามัญคนใดคนหนึ่งให้เป็นกรรมการแทนได้ แต่กรรมการที่ได้รับแต่งตั้ง แทนนี้ให้เป็นกรรมการอยู่ได้ตามวาระของผู้ที่ตนแทน กรณีคณะกรรมการพ้นจากตำแหน่งทั้งคณะก่อนครบกำหนดออกตามวาระ ให้คณะกรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งนั้นดำเนินการจัดประชุมใหญ่สมาชิก เพื่อเลือกตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ขึ้นแทน ภายใน 180 วัน ในกรณีนี้ให้นำความในข้อ 24 มาใช้บังคับโดยอนุโลม คณะกรรมการซึ่งได้รับเลือกตั้งตามวรรคก่อน อยู่ในตำแหน่งได้ตามวาระของคณะกรรมการที่พ้นจากตำแหน่งไป

ข้อ 20 องค์ประชุมในการประชุมของคณะกรรมการ การประชุมของคณะกรรมการจะต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่ง ของจำนวนกรรมการทั้งหมดจึงจะนับว่าเป็นองค์ประชุม ในกรณีที่มีจำนวนกรรมการในคณะกรรมการน้อยกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด กรรมการที่เหลืออยู่ย่อมทำกิจการได้เฉพาะแต่ในเรื่องที่จะตั้งสมาชิกสามัญคนใดคนหนึ่งหรือหลายคนเป็นกรรมการเพิ่มขึ้นให้ครบจำนวน หรือนัดเรียกประชุมใหญ่ หรือกระทำกิจการอันสมควรทุกอย่างเพื่อปกปักรักษาประโยชน์ของสมาคม เท่านั้น

ข้อ 21 มติของที่ประชุมคณะกรรมการ ให้ถือเอาคะแนนเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งมีเสียงหนึ่งเสียงในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ผู้เป็นประธานในที่ประชุมมีคะแนนอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด ในกรณีที่ที่ประชุมคณะกรรมการลงมติอันเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายและหรือข้อบังคับนี้ให้ถือว่ามตินั้นใช้บังคับมิได้

ข้อ 22 ประธานในที่ประชุม ให้นายกสมาคมเป็นประธานในที่ประชุม ถ้านายกสมาคมไม่อยู่หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ให้อุปนายกผู้อาวุโสตามลำดับปฏิบัติหน้าที่แทน ถ้าทั้งนายกสมาคมและอุปนายกไม่อยู่ หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้ที่ประชุมเลือกกรรมการคนใดคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุมเฉพาะในการประชุมคราวนั้น

ข้อ 23 การประชุมคณะกรรมการ ให้มีการประชุมคณะกรรมการอย่างน้อยสามเดือนต่อครั้ง อนึ่ง ในกรณีจำเป็นนายกสมาคมหรือกรรมการผู้ทำหน้าที่แทนหรือกรรมการรวมกันไม่น้อยกว่าห้าคน จะเรียกประชุมพิเศษ ขึ้นก็ได้

ข้อ 24 การเข้ารับหน้าที่ของคณะกรรมการ เมื่อมีการเลือกตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ให้คณะกรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งยื่นจดทะเบียนคณะกรรมการชุดใหม่ต่อนายทะเบียนสมาคมการค้าประจำ จังหวัดกรุงเทพมหานคร ภายใน 30 วัน นับแต่วันเลือกตั้งและส่งมอบหน้าที่ให้ คณะกรรมการชุดใหม่ภายในสามสิบวัน นับแต่วันที่นายทะเบียนสมาคมการค้าฯ รับจดทะเบียน ในกรณีที่นายทะเบียนสมาคมการค้าฯ ยังมิได้รับจดทะเบียนคณะกรรมการชุดใหม่ และคณะกรรมการที่พ้นจากตำแหน่งยังมิได้ส่งมอบหน้าที่ตามวรรคแรก ให้คณะกรรมการที่พ้นจาก ตำแหน่งนั้นมีอำนาจหน้าที่บริหารกิจการของสมาคมต่อไปจนกว่านายทะเบียนสมาคมการค้าฯจะรับ จดทะเบียนคณะกรรมการชุดใหม่ และคณะกรรมการชุดใหม่นั้นเข้ารับหน้าที่แล้ว การรับมอบหน้าที่ ให้กระทำเป็นลายลักษณ์อักษร

ข้อ 25 อำนาจและหน้าที่ของคณะกรรมการ มีดังนี้ .-
(1) จัดดำเนินกิจการและทรัพย์สินของสมาคมให้เป็นไปตามข้อบังคับและมติของที่ประชุม
(2) เลือกตั้งกรรมการให้ดำรงตำแหน่งต่าง ๆ ในคณะกรรมการ
(3) วางระเบียบการในการปฏิบัติงานของสมาคมให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์
(4) ว่าจ้าง แต่งตั้ง และถอดถอน ที่ปรึกษาของคณะกรรมการ อนุกรรมการ
เจ้าหน้าที่และพนักงานทั้งปวง ในการทำกิจการเฉพาะอย่าง หรือ พิจารณาเรื่องต่าง ๆ อันอยู่ใน ขอบเขตหน้าที่ของสมาคม เพื่อให้การดำเนินงานของสมาคมเป็นไป โดย เรียบร้อย ที่ปรึกษาของคณะกรรมการและอนุกรรมการดังกล่าว จะแต่งตั้งจากกรรมการหรือสมาชิกของสมาคมหรือบุคคลภายนอกก็ได้ ข้อ 26 อำนาจหน้าที่กรรมการตำแหน่งต่าง ๆ มีดังนี้ .-
(1) นายกสมาคม มีหน้าที่อำนายการเพื่อให้การดำเนินการของสมาคมเป็นไป ตามข้อบังคับและระเบียบการในการปฏิบัติงานของสมาคม เป็นผู้ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการให้ดำเนินกิจการของสมาคมอันเกี่ยวกับบุคคลภายนอก และเป็นประธานในที่ประชุมคณะกรรมการตลอดจนในที่ประชุมใหญ่
(2) อุปนายก มีหน้าที่เป็นผู้ช่วยเหลือนายกสมาคมในกิจการทั้งปวง อันอยู่ใน อำนาจหน้าที่ของนายกสมาคม และเป็นผู้ทำหน้าที่แทนนายกสมาคม เมื่อนายกสมาคมไม่อยู่หรือไม่อาจ ปฏิบัติหน้าที่ได้
(3) เลขาธิการ มีหน้าที่ทำการโต้ตอบหนังสือ เก็บรักษาเอกสารต่าง ๆ ของ สมาคม เป็นเลขานุการ ในประชุมคณะกรรมการและที่ประชุมใหญ่ ตลอดจนปฏิบัติหน้าที่อื่น ๆ ตามที่ คณะกรรมการจะได้มอบหมาย
(4) เหรัญญิก มีหน้าที่รักษาและจ่ายเงินของสมาคม ทำบัญชีการเงินเก็บรักษา และจ่ายพัสดุของสมาคม ตลอดจนปฏิบัติหน้าที่อื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการจะได้มอบหมาย
(5) นายทะเบียน มีหน้าที่เกี่ยวกับการจัดทำทะเบียนสมาชิกและทะเบียนต่าง ๆ อันมิใช่ทะเบียนเกี่ยวกับการเงินของสมาคม ตลอดจนปฏิบัติหน้าที่อื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการจะได้ มอบหมาย
(6) ปฏิคม มีหน้าที่รักษาสำนักงานของสมาคม รักษาความเรียบร้อยของ สถานที่ รักษาสมุดเยี่ยม จัดสถานที่ประชุม ดูแลต้อนรับ ตลอดจนปฏิบัติหน้าที่อื่น ๆ ตามที่ คณะกรรมการจะได้มอบหมาย
(7) ประชาสัมพันธ์ มีหน้าที่เกี่ยวกับการเชิญชวนหาสมาชิก โฆษณากิจการ และผลงานด้านต่าง ๆ ของสมาคม ตลอดจนปฏิบัติหน้าที่อื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการจะได้มอบหมาย

ข้อ 27 ภายใต้บังคับแห่งความในหมวดนี้ ให้นำความในหมวดที่ 7 การประชุมใหญ่มาใช้บังคับโดยอนุโลม

หมวดที่ 7การประชุมใหญ่

ข้อ 28 การประชุมใหญ่ ให้คณะกรรมการจัดให้มีการประชุมใหญ่สมาชิกอย่างน้อยทุกระยะเวลาสิบสองเดือน การประชุมเช่นนี้เรียกว่า การประชุมใหญ่สามัญ การประชุมใหญ่คราวอื่นนอกจากการประชุมใหญ่ตามวรรคก่อน เรียกว่า การประชุมใหญ่วิสามัญ

ข้อ 29 กำหนดการประชุมใหญ่
(1) ให้มีการประชุมใหญ่สามัญประจำปี ภายในกำหนดหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันที่สิ้นปี การบัญชีของสมาคมเป็นประจำทุก ๆ ปี
(2) ถ้ามีเหตุใดเหตุหนึ่งซึ่งคณะกรรมการมีมติเห็นสมควร หรือสมาชิกมี จำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสี่ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดแสดงความจำนงโดยทำการร้องขอเป็นลายลักษณ์อักษรยื่นต่อเลขาธิการ หรือกรรมการผู้ทำหน้าที่แทนเลขาธิการ ให้คณะกรรมการนัดประชุม ใหญ่วิสามัญภายในกำหนดสิบห้าวัน นับแต่วันที่ลงมติหรือวันที่ได้รับหนังสือ

ข้อ 30 การส่งหนังสือบอกกล่าวนัดประชุม คณะกรรมการจะต้องส่งหนังสือบอก กล่าวถึงวันเวลา สถานที่ และระเบียบวาระการประชุมใหญ่ไปให้สมาชิกทุกคนได้ทราบโดยส่งจดหมาย ทางไปรษณีย์ลงทะเบียน ณ ที่อยู่ของสมาชิกที่ปรากฏอยู่ในทะเบียน หรือส่งให้ถึงตัวสมาชิกก่อน กำหนดวันประชุมใหญ่ไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน การจัดส่งหนังสือบอกกล่าวตามวรรคแรก ให้ส่งสำเนาบันทึกรายงานการประชุมใหญ่ ครั้งที่แล้ว (ถ้ามี) ไปด้วย ในกรณีที่เป็นการนัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี จะต้องแนบสำเนารายงาน ประจำปีและสำเนางบดุล รวมทั้งสำเนาบัญชีรายรับ - รายจ่าย ซึ่งผู้สอบบัญชีได้ตรวจสอบแล้วเพิ่มเติม ไปด้วย

ข้อ 31 องค์ประชุมในการประชุมใหญ่ ในการประชุมใหญ่ จะต้องมีสมาชิกสามัญมา ประชุมไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่ง ของจำนวนสมาชิกสามัญทั้งหมดจึงจะถือเป็นองค์ประชุม

ข้อ 32 กรณีการประชุมในครั้งแรกสมาชิกมาไม่ครบองค์ประชุม หากล่วงพ้น กำหนดเวลานัดไปแล้วหนึ่งชั่วโมง ยังมีสมาชิกมาไม่ครบองค์ประชุม ถ้าการประชุมใหญ่คราวนั้นได้เรียกนัดเพราะสมาชิกร้องขอ ให้เลิกการประชุมใหญ่นั้น ถ้ามิใช่เพราะสมาชิกร้องขอ ให้เลื่อนการประชุมและให้ทำการบอกกล่าวนัดประชุมวัน เวลา และสถานที่ประชุมใหญ่นี้อีกครั้งหนึ่งภายในกำหนดเวลาสิบห้าวัน นับแต่วันประชุมใหญ่คราวแรก ในการประชุมใหญ่คราวหลังนี้จะมีสมาชิกมามากน้อยเพียงใดก็ให้ถือว่าเป็นองค์ประชุมข้อ

33. ประธานในที่ประชุม ให้นายกสมาคมเป็นประธานในที่ประชุมใหญ่ ถ้านายกสมาคมไม่อยู่หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ให้อุปนายกผู้มีอาวุโสตามลำดับทำหน้าที่แทน ถ้าทั้งนายกสมาคมและอุปนายกไม่อยู่หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้ที่ประชุมใหญ่เลือกตั้งกรรมการคนหนึ่งคนใดขึ้นเป็นประธานในที่ประชุม ถ้าไม่มีกรรมการอยู่ในที่ประชุมเลยก็ให้ที่ประชุมใหญ่เลือกตั้งสมาชิกคนใดคนหนึ่งขึ้นเป็นประธานในที่ประชุม เฉพาะการประชุมคราวนั้น

ข้อ 34 วิธีออกเสียงลงคะแนนในที่ประชุมใหญ่ สมาชิกสามัญเท่านั้นมีสิทธิออกเสียงลงคะแนน และสมาชิกสามัญคนหนึ่ง ๆ มีคะแนนเสียงหนึ่งเสียง ในการประชุมใหญ่ใด ๆ ข้อมติอันเสนอให้ลงคะแนน ให้ตัดสินด้วยวิธีชูมือ หรือวิธีการอื่นใดอันเป็นการเปิดเผยว่าสมาชิกใดลงคะแนนเช่นไร เว้นแต่เมื่อก่อนหรือในเวลาที่แสดงผลแห่งการชูมือนั้น คณะกรรมการเห็นสมควรหรือได้มีสมาชิกสามัญสองคนเป็นอย่างน้อยติดใจร้องขอให้ลงคะแนนลับ

ข้อ 35 มติของที่ประชุมใหญ่ นอกจากที่กล่าวไว้เป็นอย่างอื่นในข้อบังคับนี้ ให้ถือเอาคะแนนเสียงข้างมากเป็นมติของที่ประชุมใหญ่ ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันจะเป็นการชูมือก็ดี การลงคะแนนลับก็ดี หรือด้วยวิธีการอื่นใดก็ดี ให้ผู้เป็นประธานในที่ประชุมมีคะแนนอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด

ข้อ 36 กิจการอันพึงกระทำในการประชุมใหญ่ มีดังนี้ .-
(1) รับรองรายงานการประชุมใหญ่คราวก่อน
(2) พิจารณารายงานประจำปี แสดงผลการดำเนินกิจการของสมาคมที่ผ่านมาในรอบปี (ถ้ามี)
(3) พิจารณาอนุมัติงบดุล (ถ้ามี)
(4) เลือกตั้งคณะกรรมการ (ในปีที่ครบวาระ)
(5) เลือกตั้งที่ปรึกษาของสมาคมประจำปี ผู้สอบบัญชีของสมาคมประจำปี และกำหนดค่าตอบแทน (ถ้ามี)
(6) กิจการที่ต้องกระทำโดยอาศัยมติจากที่ประชุมใหญ่

ข้อ 37 กิจการอันพึงกระทำในการประชุมสมาชิกประจำเดือน ได้แก่ กิจการอันเกี่ยวกับการปฏิบัติธุรกิจทั่วไปของสมาคม นอกจากกิจการที่จำเป็นจะต้องกระทำโดยการประชุมใหญ่สามัญประจำปีหรือการประชุมใหญ่วิสามัญ

ข้อ 38 การจัดทำรายงานบันทึกประชุม รายงานการประชุมคณะกรรมการ การประชุมใหญ่ การประชุมสมาชิกอื่นๆ และการประชุมอนุกรรมการ ให้จดบันทึกไว้ทุกครั้ง และต้องเสนอต่อที่ประชุมเพื่อรับรองในคราวที่มีการประชุมครั้งต่อไป รายงานการประชุมที่ผ่านการรับรองแล้ว สมาชิก จะดูได้ในวันและเวลาทำการ

หมวดที่ 8 การเงิน เงินทุนพิเศษ และการบัญชีของสมาคม

ข้อ 39 วันสิ้นปีทางบัญชี ให้ถือเอาวันที่ 31 ธันวาคมของทุกปี เป็นวันสิ้นปีทางบัญชีของสมาคมการค้า

ข้อ 40 การจัดทำงบดุล ให้คณะกรรมการจัดทำงบดุลที่เป็นอยู่ ณ วันสิ้นปีทางบัญชีนั้นแล้วส่งให้ผู้สอบบัญชีไม่เกินเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี และผู้สอบบัญชีจะต้องตรวจสอบให้แล้วเสร็จก่อนวันประชุมใหญ่ประจำปีไม่น้อยกว่าสามสิบวัน งบดุลซึ่งผู้สอบบัญชีได้รับรองแล้ว คณะกรรมการต้องดำเนินการเสนอต่อที่ประชุมใหญ่สามัญเพื่อพิจารณาอนุมัติภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันสิ้นปีทางบัญชี เมื่อเสนองบดุล ให้คณะกรรมการเสนอรายงานประจำปีแสดงผลการดำเนินงานของสมาคมต่อที่ประชุมใหญ่ด้วยให้สมาคมส่งสำเนารายงานประจำปีแสดงผลการดำเนินงานของสมาคมกับงบดุลไปยังนายทะเบียนสมาคมการค้าประจำ จังหวัดกรุงเทพมหานคร ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่มีการประชุมใหญ่ อนึ่ง ให้เก็บรักษารายงานประจำปีแสดงผลการดำเนินงานของสมาคมกับงบดุลไว้ที่สำนักงานของสมาคม เพื่อให้สมาชิกขอตรวจดูได้

ข้อ 41 อำนาจของผู้สอบบัญชี ผู้สอบบัญชีมีอำนาจเข้าตรวจสอบสรรพสมุด บัญชี และบรรดาเอกสารเกี่ยวกับการเงินของสมาคม และมีสิทธิสอบถามกรรมการตลอดจนเจ้าหน้าที่ของสมาคมทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับบัญชีและเอกสารดังกล่าว ในการนี้กรรมการและเจ้าหน้าที่จะต้องช่วยเหลือและให้ความสะดวกทุกประการเพื่อการสอบเช่นว่านั้น

ข้อ 42 การเก็บรักษาสมุดบัญชีและเอกสารการเงิน จะต้องเก็บรักษาไว้ ณ สำนักงานของสมาคมและให้อยู่ในความดูแลรับผิดชอบเหรัญญิก

ข้อ 43 การเงินของสมาคม เงินสดของสมาคมจะต้องนำฝากไว้ ณ ธนาคารพาณิชย์ แห่งใดแห่งหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่ในเขตท้องที่จังหวัดซึ่งสมาคมนี้ตั้งอยู่ในนามของสมาคมโดยความเห็นชอบ ของที่ประชุมใหญ่ ให้มีเงินทดรองจ่ายเกี่ยวกับกิจการของสมาคมไม่เกินวงเงิน 500,000 บาท (ห้าแสนบาทถ้วย ) ในการนี้เหรัญญิกเป็นผู้รับผิดชอบและเก็บรักษาตัวเงิน การฝากและการถอนเงินจากธนาคาร ให้อยู่ในอำนาจของนายกสมาคมหรือ อุปนายก หรือกรรมการคนใดคนหนึ่ง โดยมติของที่ประชุมคณะกรรมการลงนามร่วมกับเหรัญญิก

ข้อ 44 การจ่ายเงินของสมาคม ให้นายกสมาคม อุปนายก หรือเลขาธิการคนใดคนหนึ่ง มีอำนาจสั่งจ่ายเงินเกี่ยวกับกิจการของสมาคมได้ครั้งละไม่เกิน 500,0000 บาท (ห้าแสนบาทถ้วน ) ในการจ่ายเงินครั้งละเกินกว่า 500,000 บาท (ห้าแสนบาทถ้วน )ให้กระทำโดยมติจากที่ประชุมคณะกรรมการทุกครั้งไป

ข้อ 45 เงินทุนพิเศษ สมาคมอาจหาเงินทุนพิเศษเพื่อมาดำเนินกิจการและส่งเสริมความก้าวหน้าของสมาคมได้ โดยการเชื้อเชิญบุคคลภายนอก และสมาชิกร่วมกันบริจาคหรือกระทำการอื่นใด ตามที่คณะกรรมการเห็นสมควรและไม่ขัดต่อกฎหมาย

หมวดที่ 9 การแก้ไขข้อบังคับ การเลิกสมาคม และการชำระบัญชี

ข้อ 46 การแก้ไขเปลี่ยนแปลงตัดทอนหรือเพิ่มเติมข้อบังคับ จะกระทำได้แต่โดยมติของที่ประชุมใหญ่ ซึ่งมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนสมาชิกสามัญที่มาประชุมทั้งหมด

ข้อ 47 การเลิกสมาคม สมาคมนี้อาจเลิกได้ด้วยเหตุหนึ่งเหตุใดดังต่อไปนี้ .-
(1) เมื่อที่ประชุมใหญ่ลงมติให้เลิกด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสามในสี่ของจำนวน สมาชิกสามัญที่มาประชุมทั้งหมด
(2) เมื่อล้มละลาย
(3 ) เมื่อรัฐมนตรีว่าการประทรวงพาณิชย์สั่งให้เลิกตามมาตรา 36 แห่ง พระราชบัญญัติสมาคมการค้า พ.ศ. 2509

ข้อ 48 การชำระบัญชี เมื่อสมาคมนี้ต้องเลิกไปเพราะเหตุหนึ่งเหตุใดดังกล่าวในข้อ47 การชำระบัญชีของสมาคมให้นำบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติสมาคมการค้า พ.ศ.2509 มาใช้บังคับ ในกรณีที่สมาคมต้องเลิกไปตามข้อ 47 (1) ให้ที่ประชุมใหญ่คราวนั้นลงมติเลือกตั้งกำหนดตัวผู้ชำระบัญชีเสียด้วย และหากต้องเลิกไปตามข้อ 47 (3) ให้กรรมการทุกคนในคณะกรรมการชุดสุดท้ายที่ได้จดทะเบียนเป็นกรรมการต่อนายทะเบียนสมาคมการค้าประจำ จังหวัดกรุงเทพมหานคร เป็นผู้ชำระบัญชี หากมีทรัพย์สินของสมาคมเหลือจากการชำระบัญชีให้ยกให้แก่นิติบุคคลในประเทศไทยที่มีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการกุศลสาธารณะแห่งหนึ่งแห่งใดหรือหลายแห่งตามมติของที่ประชุมใหญ่

หมวดที่ 10 บทเฉพาะกาล

ข้อ 49 เมื่อนายทะเบียนสมาคมการค้าประจำ จังหวัดกรุงเทพมหานคร ได้อนุญาตให้จัดตั้งเป็นสมาคมแล้ว ให้ผู้เริ่มก่อการจัดตั้งทุกคนทำหน้าที่คณะกรรมการ (ชั่วคราว) จนกว่าจะได้มีการเลือกตั้งคณะกรรมการตามข้อบังคับนี้ ซึ่งจะต้องจัดให้มีขึ้นภายในกำหนดเวลาหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันที่ได้รับอนุญาตให้จัดตั้งเป็นสมาคมแล้ว ภายใต้บังคับแห่งความในวรรคแรก กรณีที่มีการประชุมใหญ่เลือกตั้งคณะกรรมการชุดแรกในช่วงเวลาน้อยกว่าสามเดือน นับแต่วันสิ้นปีทางบัญชีของสมาคม ให้ถือเอาวันสิ้นปีทางบัญชีของสมาคมเป็นวันตั้งต้นคำนวณวาระกรรมการตามข้อ 17 วรรคสี่

ข้อ 50 เพื่อประโยชน์แห่งความในข้อบังคับข้อ 7 ให้ผู้เริ่มก่อการจัดตั้งทุกคน ทำหน้าที่เป็นสมาชิกสามัญ

ข้อ 51 ให้ใช้ข้อบังคับนี้ ตั้งแต่วันที่นายทะเบียนสมาคมการค้าประจำ จังหวัดกรุงเทพมหานคร ได้อนุญาตให้จัดตั้งเป็นสมาคมเป็นต้นไป



หน้าแรก || สมัครสมาชิก || LOGIN || LOGOUT || เปลี่ยนไอคอนส่วนตัว || โปรแกรมย่อรูปภาพ || เกี่ยวกับลิขสิทธิ์บทความภาพถ่าย || ข้อตกลงและเงื่อนไขในการใช้เว็บ || เกี่ยวกับเรา || ติดต่อโฆษณา
แจ้งปัญหาการใช้งาน website GasThai.Com หรือขอความรู้และขอคำปรึกษารถยนต์ติดแก๊ส LPG/NGV ติดต่อ :::>>>Email::: webmaster@GasThai.Com   หรือ   ติดต่อเรา(Contact Us)
Copy Right © Gasthai.com December 2005   Counter View Stats Truehits.Net