ขั้นตอนการผลิตถังพร้อมการทดสอบมาตรฐานการผลิตด้านความปลอดภัย
 (10/4/2550)




ในอดีตนั้นถังแก๊สสำหรับรถยนต์จะเป็นถังแบบวาล์วเขียวแดงหรือวาล์วพวงมาลัย ซึ่งมีแค่วาล์วเติมกับวาล์วจ่าย โดยมีเซฟตี้วาล์วเป็นตัวระบายแรงดัน แต่จะไม่มีวาล์วตัด 85% และโซลินอยด์วาล์ว ถังรุ่นนั้นจะเห็นกันในแท็กซี่รุ่นเก่าๆที่ใช้ถังมือสองจากญี่ปุ่น หลังจากนั้นการผลิตถังก็พัฒนามาเป็นถังวาล์วทอง โดยเพิ่มฟังก์ชั่นตัดการเติมแก๊สเกิน85% หรือเรียกว่าวาล์วโอพีดี (OPD) และในปัจจุบันก็พัฒนาขึ้นไปอีกระดับ โดยเพิ่มโซลินอยด์วาล์วขึ้นมาที่วาล์วจ่าย เพื่อเพิ่มความปลอดภัยขึ้นมาอีกขีดขั้น


“วาล์ว” เป็นหัวใจของความปลอดภัยของระบบแก๊สในรถยนต์เลยที่เดียว ซึ่งวาล์วสามารถแบ่งหน้าที่ได้ 3 ประเภท ตัวแรกเรียกว่า “วาล์วเติม” (OCP VALVE) จะทำหน้าที่เก็บแก๊สจากสถานีเข้าสู่ถังแก๊ส ตัวที่สองเรียกว่าโฟล์ตเกจ์ (FLOAT GAUGE) หรือ “วาล์ววัดระดับ” จะทำหน้าที่วัดระดับน้ำแก๊สในถังว่ามีมากน้อยแค่ไหน ตัวที่สามเรียกว่า “วาล์วจ่าย” เป็นตัวที่นำแก๊สจากถังไปใช้กับรถยนต์ วาล์วแต่ละตัวยังมีฟังก์ชั่นปลีกย่อยแตกต่างกันออกไปอีก อย่างวาล์วเติมนอกจากทำหน้าที่เติมแก๊สเข้าสู่ถังแล้ว ยังมีวาล์วตัด 85% ที่เรียกว่า โอซีพีวาล์ว (OVER CHARGE PREVENTION VALVE : OCP VALVE) หรือเรียกกันว่าวาล์วซุปเปอร์ เป็นวาล์วที่ป้องกันการเติมเกิน ซึ่งเวลาเติมแก๊สนั้นจะเข้ามรในลักษณะเป็นน้ำแก๊ส พอน้ำแก๊สเพิ่มขึ้นก็จะดันลูกลอยขึ้น จนถึงระดับ 85% ของถังก็จะมีกลไกข้างในของวาล์วไปอุดการเติมไม่ให้แก๊สเข้า เพื่อป้องกันอันตรายในกรณีที่เติมแก๊สเต็มถังแล้วไม่มีพื้นที่การขยายตัวของแก๊ส จะทำให้ถังไม่สามารถรับแรงดันภายในถังที่เพิ่มขึ้นได้


ที่วาล์วยังมีตัวเซฟตี้วาล์ว (SAFETY VALVE) หรือวาล์วระบายแรงดันประกอบอยู่ด้วย ในกรณีที่ถังถูกไฟเผา จะมีแรงดันเกิน 375 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว วาล์วตัวนี้จะระบายแก๊สออกเพื่อแรงดันภายในถังออกไป ด้วยกลไกที่มีสปริงอยู่ข้างใน พอแรงดันต่ำกว่า 375 ปอนด์ต่อตารางนิ้วสปริงดังกล่าวก็จะดันกลับเข้าที่เดิม ทำให้ไม่มีการระบายแก๊สออกมา นี่คือหลักการทำงานคราวๆของเซฟตี้วาล์ว


ส่วนโฟล์ตเกจ์ (FLOAT GAUGE) หรือวาล์ววัดระดับน้ำแก๊สในถัง เป็นการทำงานของลูกลอยเช่นกัน พอเติมแก๊สเข้าไป น้ำแก๊สเพิ่มขึ้นลูกลอยก็จะขยับตาม และเข็มที่หน้าปัดก็จะขยับขึ้นเหมือนกัน เพราะข้างในหน้าปัดของโฟล์ตเกจ์จะมีตัวต้านทานอยู่ ความต้านทานตัวนี้จะส่งไปที่เกจ์หน้ารถอีกที่หนึ่ง

วาล์วตัวสุดท้ายก็คือวาล์วจ่าย หรือเรียกว่าเอาท์เล็ตวาล์ว (OUTLET VALVE) มีหน้าที่ดูดน้ำแก๊สจากในถังแก๊สไปใช้ ในวาล์วจ่ายจะมีลิ้นวาล์วสำคัญอีกตัวหนึ่งก็คือเอ็กเซสโฟล์วาล์ว ตัวย่อเขียนว่า EFV ซึ่งจะมีหน้าที่ในกรณีที่ท่อทองแดงที่ใช้ลำเลียงแก๊สจากถังสู่หม้อต้มเกิดการฉีกขาด มีแก๊สไหลออกมามากผิดปกติ วาล์วตัวนี้จะทำหน้าที่ตัดการไหลของแก๊ส พูดง่ายๆก็คือถ้าท่อทองแดงขาด แก๊สมีการรั่วออกมา วาล์วตัวนี้จะทำหน้าที่หยุดการไหลของแก๊สจากถังโดยอัตโนมัติ

ที่วาล์วจ่ายจะมีวาล์วอีกตัวหนึ่ง เรียกว่า “โซลินอยด์วาล์ว” (SOLENOID VALVE) ที่เห็นเป็นสีดำๆ บางคนเรียกว่า วาล์วไฟฟ้า โซลินอยด์วาล์วจริงๆ เป็นแค่ขดลวดทองแดงพันรอบกับสลักตัวหนึ่ง หลักการทำงานก็คือพอไฟฟ้าเข้าวนรอบขดลวดทองแดงก็จะเกิดเป็นสนามแม่เหล็กเหนี่ยวนำดูดสลักให้เปิดขึ้นเพื่อให้แก๊สออกไปจากวาล์วจ่ายได้ ข้อดีของวาล์วตัวนี้ก็คือถ้าเกิดกรณีรถชนกันขึ้นแล้วมีแก๊สรั่ว ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องวิ่งไปปิดวาล์วที่ถัง แค่บิดกุญแจดับเครื่องไม่ให้มีไฟเข้าไปวาล์วตัวนี้ก็จะปิดเองโดยอัตโนมัติ แก๊สก็จะไม่ถูกจ่ายจากถัง


หลังเชื่อมเสร็จทางโรงงานจะนำถังมาทดสอบความปลอดภัย



การทดสอบอย่างแรกเรียกว่าไฮโดรสเตติกเทสต์ (HYDROSTATIC TEST) เป็นการตรวจสอบการรั่วซึมด้วยแรงดันน้ำ โดยการใช้น้ำอัดเข้าไปที่สองเท่าของแรงดันแก๊ส นาน 30 วินาที เพื่อจะดูว่ารอยเชื่อมที่เชื่อมมานั้นทนแรงดันได้หรือไม่


ถ้าไม่มีปัญหาหลังจากนั้นถังก็จะเข้าสู่ขั้นตอนการพ่นสี การประกอบวาล์ว พอประกอบวาล์วเรียบร้อยแล้วต้องทำการทดสอบอีกครั้ง คราวนี้เป็นการทดสอบการรั่วซึมด้วยแรงดันลม (AIR LEAK TEST) โดยการอัดอากาศเข้าไปในถังด้วยแรงดัน 120 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว แล้วจุ่มลงไปในน้ำ เจ้าหน้าที่จะสังเกตดูว่ามีฟองอากาศผุดขึ้นมาไหม ถ้าไม่มีฟองอากาศแปลว่าการประกอบวาล์วและการเชื่อมทุกอย่างสมบูรณ์ดี


การทดสอบทั้งสองขั้นตอนข้างต้นก็ถือว่าเป็นการผลิตที่ได้มาตรฐาน “มอก.2525” ที่มั่นใจได้ในเรื่องความปลอดภัยแล้ว ยังมีการทดสอบพิเศษอีก 1 ขั้นตอน ด้วยการเบิร์นเทสต์ (BURN TEST) หรือการนำถัง LPG ไปจำลองสถานการณ์ที่ถังถูกเผาด้วยอุณหภูมิสูงๆเพื่อดูการทำงานของระบบวาล์วเซฟตี้ต่างๆว่าทำงานได้สมบูรณ์หรือไม่


โดยการสุ่มตัวอย่างถังที่ประกอบวาล์วเสร็จเรียบร้อยแล้ว นำไปจำลองสถานการณ์ดูว่า ถ้าเกิดอุบัติเหตุไฟไหม้จากน้ำมัน และมีความร้อยจากไฟไปเผาถังแก๊สนี่ ถังแก๊สจะระเบิดหรือไม่ ซึ่งจะขึ้นอยู่กับตัวเซฟตี้วาล์วหรือวาล์วระบายแรงดันว่าจะระบายแก๊สทันหรือไม่ ถ้าระบายไม่ทันก็อาจทำให้ถังระเบิดได้ แต่ถ้าแก๊สถูกระบายออกมาทำให้ความดันในถังลดลง จะทำให้ถังไม่ระเบิด ดังนั้นการที่แก๊สพ่นออกมาจะทำให้ถังไม่ระเบิด


ในกรณีที่รถเกิดอุบัติเหตุแล้วไฟไหม้ตัวถังแก๊ส ต้องถูกระบายออกมาเพื่อป้องกันไม่ให้ถังระเบิด ปกติถ้ามีแรงดัน 375 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว แก๊สจะถูกระบายออกทางเซฟตี้วาล์ว แต่ถ้าใช้งานตามปกติแก๊สจะไม่พ่นออกจากถังเด็ดขาด ต้องเป็นในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงมากๆเท่านั้น โดยการทดสอบครั้งนี้ได้เตรียมถังบรรจุแก๊ส รุ่นวาล์วซุปเปอร์ ที่มีวาล์วตัด 85% และโซลินอยด์วาล์ว ขนาดบรรจุ 65 ลิตร จำนวน 1 ใบ และถังรุ่นวาล์ว OPD ที่ไม่มีโซลินอยด์วาล์วขนาดบรรจุ 58 ลิตร จำนวน 1 ใบ ใช้ยางรถยนต์เป็นเชื้อเพลิงในการเผา มีอุปกรณ์วัดอุณหภูมิในการเผาพร้อมนาฬิกาจับเวลา และถังดับเพลิง


เริ่มต้นทำการเบิร์นเทสต์ โดยเริ่มจากถังรุ่นวาล์วซูเปอร์ ขนาดบรรุจ 60 ลิตร ใส่แก๊สไว้ครึ่งถังวางอยู่เหนือยางรถยนต์ แล้วจุดไฟ หลังจากการเบิร์นเทสต์ผ่านไป 15 นาที ที่อุณหภูมิ 400 องศาเซลเซียส เซฟตี้วาล์วก็เริ่มระบายแก๊สออกเพื่อลดแรงดันภายในถัง เปลวแก๊สที่ติดไฟพวยพุ่งออกมาจากถัง จนผ่านไป 15 นาที แก๊สภายในถังก็ถูกระบายออกจนหมด โดยไม่เกิดการระเบิดขึ้นแต่อย่างใด หลังจากไฟมอดลงทีมทดสอบได้เข้าไปทำการตรวจสอบ เพื่อดูว่าถังแก๊สได้รับความเสียหายหรือไม่ เพราะถังที่ผลิตอย่างได้มาตรฐานนั้นแม้จะถูกไฟเผาร้อนแรงแ ค่ไหนก็ตามตัวถังต้องไม่เปลี่ยนแปลงรูปทรงจากเดิม ไม่มีรอยปริ แตก หรือ บวม ซึ่งจากภาพก็คงจะเห็นแล้วว่าตัวถังยังอยู่ในสภาพเดิม มีเพียงส่วนของสีที่พ่นไว้เท่านั้นที่ไหม้ไฟไปจนหมด


หลังจากนั้นได้ทำการเบิร์นเทสต์ถังรุ่นวาล์ว OPD ขนาดความจุ 58 ลิตร ที่ใส่แก๊สไว้ ครึ่งถัง หลังจากการเบิร์นเทสต์ผ่านไป 5.30 นาที ที่อุณหภูมิ 375 องศาเซลเซียล เซฟตี้วาล์วก็เริ่มระบายแก๊สออก เพื่อลดแรงดันภายในถัง เปลวแก๊สที่ติดไฟพวยพุ่งออกมา แต่ถังรุ่นนี้ทิศทางของเปลวไฟพุ่งออกหลายทิศทาง ทั้งพุ่งขี้นด้านบน ด้านข้าง ซ้าย-ขวา ยิ่งไฟโหมแรงขี้นจนอุณหภูมิเฉียดพันองศา เปลวไฟแก๊สยิ่งพุ่งสูงขึ้น จนผ่านไป 14.50 นาที แก๊สภายในถังก็ถูกระบายออกจนหมด โดยไม่เกิดการระเบิดเช่นกัน









หลังจากไฟมอดลงทีมทดสอบก็เข้าไปทำการตรวจสอบ ก็พบว่าสภาพของถังหลังการเผาไฟไม่ได้เปลี่ยนแปลงจากเดิม ไม่มีรอยปริ แตก หรือ บวม มีเพียงส่วนของสีเท่านั้นที่ไหม้ไฟจนหมดเช่นเดียวกับถังใบแรก
การทดสอบครั้งนี้เป็นอีกบทพิสูจน์ว่าถังบรรจุแก๊สสำหรับรถยนต์ที่ผลิตได้มาตรฐาน มีระบบวาล์วเซฟตี้ที่สมบูรณ์นั้นจะมีความปลอดภัยสูง ถ้าถูกเผาไฟแล้วจะไม่เกิดการระเบิดเพราะมีการระบายแก๊สออกมาได้ดี ระยะเวลากว่าที่แก๊สจะถูกระบายออกมา และจะทำให้รถเกิดไฟไหม้นั้นก็กินเวลาถึง 6 นาทีกว่า นับว่าเพียงพอกับการที่จะหนีเอาตัวรอดออกมาจากตัวรถได้ทันการณ์












รวมภาพการทดสอบ


รวมภาพการทดสอบ


สำหรับ Modem Hi Speed 256 Kbps ขึ้นไปเท่านั้น
ดูวีดีโอ การทดสอบความปลอดภัยของถัง LPG โดยวิธีการ BURN TEST

ผังงานสรุปขั้นตอนการผลิตถังแบบโดนัท คลิ๊กที่นีครับ
ผังงานสรุปขั้นตอนการผลิตถังแบบสองตอน คลิ๊กที่นีครับ
ผังงานสรุปขั้นตอนการผลิตถังแบบสามตอน คลิ๊กที่นีครับ

GasThai.Com ขอขอบคุณข้อมูล โดย บริษัทเมทเทิลเมท จำกัด



หน้าแรก || สมัครสมาชิก || LOGIN || LOGOUT || เปลี่ยนไอคอนส่วนตัว || โปรแกรมย่อรูปภาพ || เกี่ยวกับลิขสิทธิ์บทความภาพถ่าย || ข้อตกลงและเงื่อนไขในการใช้เว็บ || เกี่ยวกับเรา || ติดต่อโฆษณา
แจ้งปัญหาการใช้งาน website GasThai.Com หรือขอความรู้และขอคำปรึกษารถยนต์ติดแก๊ส LPG/NGV ติดต่อ :::>>>Email::: webmaster@GasThai.Com   หรือ   ติดต่อเรา(Contact Us)
Copy Right © Gasthai.com December 2005   Counter View Stats Truehits.Net