การเตรียมตัวและแก้ไขก่อนสำหรับตรวจที่ขนส่งสำหรับรถยนต์ใช้ LPG
 (23/11/2549)


กรณีศึกษา : รถ Jeep Grand Cherokee ปี 1997 รุ่น 4000CC
สถานที่ตรวจ : สำนักงานขนส่งพื้นที่ 2 ตลิ่งชัน
ผมตั้งใจจะมาเอง เพื่อมาศึกษาและทราบข้อมูลจริง เพื่อนำไปเขียนลงเวบ จึงไม่ได้ใช้ใครมาเหมือนรถผมคันก่อนๆ เพราะรับทราบข้อมูลจากเพื่อนๆสมาชิกที่มาตรวจแล้วไม่ผ่านต้องกลับไปอู่แก้ไข ไปมา หลายรอบบางคนไปหลายรอบเซง แล้วเลิกไปตรวจเลยก็มี บางคันท่อน้ำไปบังเลขเครื่องก็ต้องมาแก้ไข ทั้งที่เป็นท่อน้ำเดิมเดิมของรถยนต์ บางรายรัดท่อโปโลไม่เรียบร้อยก็ต้องกลับมาแก้ไข และที่เป็นสิ่งที่ทุกคนต้องข้อสงสัยและในใจว่าทำไมที่นี่ใช้มาตรการวัดมลพิษด้วยเครื่องวัด และมีที่เขตนี้เขตเดียว ทำไมไม่ใช้มาตรการเดียวกันทั้งประเทศ

จากข้อมูลเดิมรถคันนี้ตั้งใจทำเป็นต้นแบบสำหรับเพื่อนๆ

หลังจากนั้น ใบรับรองวิศวกรที่ได้มาจากอู่ (ถือไว้นานปีกว่าไม่ยอมไปแจ้งขนส่งสะที)ก็ถูกเพิกถอน ใช้ไม่ได้ และ ทางขนส่งได้ออกข้อกำหนดเรื่องวาล์วถังให้เติมได้ 85% ทำให้วาล์วเขียว แดง ที่เติมได้ 100% ใช้ไม่ได้ต้องกลับไปเปลี่ยนวาล์วรุ่นใหม่ จากราคาอู่แจ้งว่าประมาณ 1300-1500 บาท รวมค่าบริการ


ไหนๆก็เปลี่ยนแล้วเปลี่ยนถังเลยดีกว่า เพราะจะได้เอาล้ออะไหล่กลับคืนได้ และวาวล์วถูกต้องด้วย จึงหามาหลายถังมาลงตัวที่ถังนี้-ของเมทเทิลเมทขนาด 96L อ้วน สั้นกว่าแบบเดิม ได้วาล์วระบบทันสมัยและปลอดภัยด้วยการเติมเพียง 85% เติมแก็สเต็มถึงได้ 78L จากขนาดถัง 90 กว่าลิตร


นี่ละที่ผมต้องการคือล้ออะไหล่ผมกลับมาแล้ว


เพิ่มกรองแก็สและติ๊กในตัว โดยยึดกับผนังด้านในห้องเครื่อง หมายถึงท่อทองแดงจากถังแก็สที่มีติ๊กในตัวจะส่งมาถึงนี้ก่อน


และจะส่งต่อมายังหม้อต้ม ซึ่งก็มีกรองและติ๊กอีกชุดที่มากับหม้อต้มรุ่นนี้


ท่อน้ำต้องไม่บังการมองเห็นของ เพลสเลขเครื่องยนต์


แล้วก็มาที่ขนส่งตั้งแต่เช้า 8.00 น. เลือกมาวันศุกร์เช้าๆเพราะวันนี้ เจ้าหน้าที่คงจะมีความสุขดี เพราะวันรุ่งขึ้นก็จะเป็นวัดหยุดแล้ว พอมาถึงก็ทำตามคำแนะนำของคุณชัย หมากกระจายเลย เปิดห้องเครื่องปรับจูนแก็สให้เบาที่สุด
ขออถัยไม่ได้เซ็ตวันที่กล้อง วันตรวจคือ ศุกร์ที่ 17/11/49


สำหรับรถที่ติด A/F หรือติดแลมด้า มา ให้หมุนปรับการจ่ายแก็สของหม้อต้มให้เป็นสีเขียว ประมาณว่า ติดเครื่องได้ก็พอสั่นหน่อยเดินไม่เรียบก็ทนเอา เจ้าหน้าที่จะให้เราขับน้ำมันเข้าไปแล้วปรับเป็นแก็สตอนตรวจด่านแรก


ทางเข้า ถ้าเอกสารเราเป็นสองคนนี้ กลับบ้านได้เลยไปตรวจมาใหม่จากคนอื่นครับ


แล้วเราก็จะได้พบกับเครื่องนี้ เป็นเครื่องตรวจมลพิษจากรถ อันนี้ไม่ทราบว่า มีมาใช้นานยัง หรือ มีเพื่อมาปราบชาว LPG NGV มีที่นี่ที่เดียว ที่ใช้


รอบแรกรถผมไม่ผ่านครับ
ค่า CO กำหนดให้ไม่เกิน 1.5 รถผมวิ่งแค่ 0.00 +ไม่เกิน 0.9
ค่า HC กำหนดให้ไม่เกิน 200 รถผมขนาดว่าเตรียมตัวไปแล้ว วิ่งไป 670
เจ้าหน้าที่บอกว่าให้กลับไปที่อู่ เพื่อแก้ไขให้ผ่าน ผมนึกในใจว่าผมวิ่งไปอู่สัก ร้อยรอบก็ไม่ผ่านจึงขอออกไปต่อแถวมาใหม่ และขอปรับเอง เจ้าหน้าที่อนุญาตว่าได้ลองดู

-เอกสารที่ต้องนำใบ
1.สมุดจดทะเบียนรถ
2.ชุดใบรับรองการตรวจโดยวิศวกร ที่ได้รับอนุญาต
3.สำเนาบัตรประชาชน
4.ใบเสร็จรับเงินจากทางอู่ที่มี เลขที่ใบเสร็จอย่างถูกต้อง ไม่ใช่ปั้มชื่อร้านด้วยตรายาง 5.กรณีไม่ได้ไปเอง ต้องมีใบมอบอำนาจไปด้วยครับ
6. แบบใบขอเปลี่ยนแปลง รถยนต์ (ใบขอที่ประชาสัมพันธ์รีบกรอกแล้วไปต่อแถวเลยครับ)

โดยสรุป
1.ผมได้ขับเข้ามารอบที่สองก็ไม่ผ่าน จึงขออนุญาตเปิดกระโปรงหน้าปรับหมุนลงจนเครื่องดับ และปรับกลับมาทีละน้อยจนเครื่องสามารถติดได้ จนวัดค่าผ่านที่
CO = 0.0-0.9 และก็นิ่งๆที่ 0.00
HC = 90-120 และก็นิ่งที่ 120
สำหรับน้ำมัน ไม่ได้ตรวจแต่ผมแอบปรับสวิทแล้วมาอ่านเองก่อนถอดอุปกรณ์
CO เกิน 1.5
HC 400 กว่า
ถ้าตรวจน้ำมันด้วย ตายแน่เพราะปรับน้ำมันไม่เป็น ครับ
2. ด่านที่สอง เจ้าหน้าที่ จะตรวจการวางอุปกรณ์ภายในห้องเครื่องอย่างละเอียด พร้อมขูดเลขตัวรถ
3. เจ้าหน้าที่ จะตรวจวาล์วถัง การยึดถัง การวางท่อโปโลแก็ส ฝาครอบถังแก็ส พร้อมขูดเลขถัง เพราะฉะนั้นถ้าจะไปตรวจอย่าพึงไปตีตู้ครอบถังแก็สนะครับไปตรวจก่อน
4. หลังจากนั้นก็รอขั้นตอนเอกสารประมาณ 30 นาที แล้วนำไปยื่นที่ช่องต่อไป ชำระเงิน 105 บาท แล้วรอรับสมุด ใบเสร็จ เป็นอันจบ ทั้งหมดใช้เวลา 1 ชั่วโมงโดยสรุป
5. หลังจากเครื่องวัดได้ Print ผลออกมา เจ้าหน้าที่ระดับหัวหน้าเซ็นผ่านไปแล้ว ยังคาใจ เดินมาคุยกับผมว่า จริงๆแล้วไม่อยากผ่านให้เลย เพราะเครื่องสั่นเดินไม่เรียบ


วันนั้นมีเพื่อนๆชาวแก็สไปตรวจแต่เช้ากันหลายคันเท่าที่ดูไม่มีใครผ่าน ผมจึงเดินไปแนะนำว่าคุณปรับจูนหม้อต้มเป็นไหม ถ้าเป็นไม่ต้องกลับที่อู่หรอก เดินไปปรับหมุนเบาแก็สลงแล้วขับมาตรวจใหม่เลย รวมทั้งคันที่อยู่ในภาพนี้ด้วย และมีคันเดียวที่ตรวจผ่านเป็นเก๋งโตโยต้าสามห่วงรุ่น 1300CC
ข้อแนะนำสำหรับจะนำรถไปตรวจที่ขนส่งเขตตลิ่งชัน
1.เตรียมเอกสารให้พร้อม
2. เตรียมรถให้พร้อม ตั้งแต่ห้องเครื่อง ถังแก็ส
3. ต้องฝึกปรับจูนเป็น จำค่าเดิมเอาไว้ โดยทำเครื่องหมายเอาไว้ หลังจากนั้นหมุนไปกี่รอบ พอตรวจผ่านให้หมุนกลับคืน แนะนำหมุนจนเกือบดับเลย
4. หากทำไม่เป็น พกช่างที่อู่ไปด้วย จะดี ครับ
5. สำหรับรถยุโรป หรือ รถ CC สูงๆ ตรวจผ่านเครื่องนี้ยากครับ เพราะมันกินแก็สมากกว่าจึงเผาไหม้มากกว่าเป็นธรรมดา ใช้วิธีตามคำแนะนำจะผ่านได้ครับ
6.รถอายุเกิน 5 ปี ก็มักจะมีปัญหาเช่นกัน ครับ
7. อยากเรียกร้องให้ขนส่งให้มาตรฐานเดียวกัน ทุกๆเขต เพื่อให้ผู้ใช้แก็สได้ไปตรวจสภาพเพื่อเพิ่มเชื้อเพลิง LPG/NGV อย่างถูกต้องไม่ขัดต่อ ระบบการประกันภัย และ ตรอ. เพื่อนๆที่มีปัญหาช่วงนี้ ใช้วิธีตรวจ ตรอ. แบบคุณขอมา หรือ ไม่ก็ถอดหม้อต้ม ปากมิกเซอร์ แล้วไปตรวจ ตรอ. ผมคิดว่าทำให้ถูกต้อง และปลอดภัย สำหรับตัวรถและครอบครัวจะดีที่สุดครับ


สำหรับท่านที่กำลังหาถังขนาด 96L สำหรับใส่ Jeep Cherokee 98-2003 รุ่นที่มีล้ออะไหล่วางในรถ แนะนำรุ่นนี้ ส่วน Jeep Grand Cherokee ZJ แบบในภาพถังรุ่นนี้ต้องสั่งทำพิเศษตัดออกด้านละ หนึ่งนิ้วจึงจะวางยางอะไหล่ได้ รวมทั้งรถอื่นที่มีลักษณะเดียวกันครับ


ไปทำตู้ปิดถังสวยๆครับ


ใส่ล้ออะไหล่กลับคืน


สามารถพับเบาะหลังยกเข้าๆออกๆได้เวลาจะแก้ไขถัง

ข้อมูลล่าสุด 23 มีนาคม 2550 เพื่อเป็นการยืนยัน ทีมงานได้ส่งรถของ GasThai.Com ไปตรวจอีกหนึ่งคัน พบว่าเขตตลิ่งชันยกเลิกมาตรการตรวจมลพิษไปแล้วครับ ขั้นตอนทุกอย่าง่ายและสะดวกสบายเจ้าหน้าที่ให้การปฏิบัติงานอย่างดีตรงไปตรงมา ขอขอบคุณเจ้าหน้าขนส่งเขตพื้นที่ตลิ่งชันที่ให้ความจริงใจและบริการประชาชน



หน้าแรก || สมัครสมาชิก || LOGIN || LOGOUT || เปลี่ยนไอคอนส่วนตัว || โปรแกรมย่อรูปภาพ || เกี่ยวกับลิขสิทธิ์บทความภาพถ่าย || ข้อตกลงและเงื่อนไขในการใช้เว็บ || เกี่ยวกับเรา || ติดต่อโฆษณา
แจ้งปัญหาการใช้งาน website GasThai.Com หรือขอความรู้และขอคำปรึกษารถยนต์ติดแก๊ส LPG/NGV ติดต่อ :::>>>Email::: webmaster@GasThai.Com   หรือ   ติดต่อเรา(Contact Us)
Copy Right © Gasthai.com December 2005   Counter View Stats Truehits.Net