|
ความมั่นคงทางปิโตรเลียมของอาเซียน (ASEAN Petroleum Security Agreement: APSA)
ความตกลงว่าด้วยความมั่นคงทางปิโตรเลียมของอาเซียน หรือ APSA ฉบับนี้ เป็นร่างข้อตกลงฉบับปรับปรุงจากความตกลงฉบับเดิม ที่ได้มีการลงนามไปแล้วโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสมัยนั้นเป็นผู้แทนไทยลงนามในวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2529 แต่ภายหลังการลงนาม ความตกลง APSA ฉบับดั้งเดิมนี้ ไม่เคยถูกนำปฏิบัติเพราะไม่สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริง
ต่อมา จึงได้มีการเสนอให้มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงความตกลง APSA ให้นำไปปฏิบัติได้จริง ซึ่งจากเดิมที่กำหนดไว้ว่า ประเทศที่ขอรับความช่วยเหลือในกรณีที่เกิดภาวะการขาดแคลนปิโตรเลียมต้องขาดแคลนอย่างน้อย 20% แก้ไขใหม่เป็น ขาดแคลนปิโตรเลียมอย่างน้อย 10% ของความต้องการภายในประเทศนั้นๆ และความร่วมมือจากเดิมที่กำหนดให้เป็นไปตามความสมัครใจบนพื้นฐานของธุรกิจ ให้เปลี่ยนเป็น ความร่วมมือให้เป็นไปตามสมัครใจ บนพื้นฐานของธุรกิจและด้วยความพยายามอย่างเต็มความสามารถในการแก้ปัญหาภาวะการขาดแคลน นอกจากนี้ ยังมีการกำหนดให้เลขาธิการคณะมนตรีอาเซียนว่าด้วยปิโตรเลียม(ASEAN Council on Petroleum (ASCOPE) Secretary-in-Charge) เป็นผู้ประสานงานในการให้ความช่วยเหลือประเทศสมาชิก
ร่างความตกลง APSA ฉบับนี้ ได้รับความเห็นชอบและอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีให้มีการลงนามไปแล้วในระหว่างการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านพลังงาน ครั้งที่ 26 เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2551 แต่ปรากฏว่ามีประเทศสมาชิกอาเซียนเพียง 5 ประเทศเท่านั้น ที่สามารถให้ความเห็นชอบโดยผ่านกระบวนการอนุมัติภายในประเทศได้ทัน กอปรกับประเทศสมาชิกอีก 2 ประเทศ ได้แก่ สาธารณรัฐสิงคโปร์ และรัฐบรูไนดารุสซาลาม ขอแก้ไขถ้อยคำเพิ่มเติมเล็กน้อยซึ่งไม่กระทบกับสาระหลักของร่างข้อตกลง จึงไม่สามารถลงนามในช่วงเวลาดังกล่าวตามที่คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติไว้แล้วได้ นอกจากนี้ ที่ประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านพลังงาน ครั้งที่ 26 ได้มีมติให้มีการลงนามร่างความตกลง APSA ในระหว่างการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 14 และได้กำชับประเทศสมาชิกที่ยังดำเนินการขออนุมัติภายในประเทศไม่แล้วเสร็จ เร่งดำเนินการขออนุมัติภายในประเทศให้แล้วเสร็จทันกำหนดเวลาในการลงนามช่วงการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 14 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพด้วย และ ณ ขณะนี้ ประเทศสมาชิกอาเซียนทั้ง 9 ประเทศ ได้ผ่านการอนุมัติภายในประเทศเป็นที่เรียบร้อย และพร้อมสำหรับการลงนามแล้ว คงเหลือเฉพาะประเทศไทยเท่านั้น
กระทรวงพลังงานพิจารณาแล้ว เห็นว่าร่างความตกลงอาเซียนว่าด้วยความมั่นคงทางปิโตรเลียมฉบับนี้ อยู่บนพื้นฐานการให้ความช่วยเหลือโดยสมัครใจของประเทศสมาชิก โดยประเทศไทยและประชาชนจะได้รับประโยชน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาวะการขาดแคลนปิโตรเลียม จึงเป็นการสมควรที่รัฐสภาจะพิจารณาให้ความเห็นชอบการลงนามความตกลง APSA ได้ ในช่วงการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนครั้งนี้ อนึ่ง หลังจากที่ประเทศสมาชิกอาเซียนได้มีการลงนามในความตกลง APSA แล้ว ความตกลงดังกล่าว จะมีผลบังคับใช้เมื่อครบกำหนด 30 วัน นับแต่วันที่ประเทศสมาชิกอาเซียน ทั้ง 10 ประเทศ ได้ส่งมอบสัตยาบันสารและหนังสือยอมรับแก่เลขาธิการอาเซียนแล้ว
ดาวน์โหลด
ร่าง APSA ฉบับภาษาไทย (.pdf 141 kb)
ร่าง APSA ฉบับภาษาอังกฤษ (.pdf 49.3 kb)
|